อินเดียพัฒนาสำเร็จ! ‘ยาฟาวิพิราเวียร์’ ช่วยต้าน COVID-19 ต้นทุนต่ำชาติแรก! เริ่มวางขาย ส.ค.นี้

Credit : www.ndtv.com

 

เพิ่มเพื่อน

ความรุนแรงของการระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 ล่าสุด องค์การอนามัยโลก (WHO) ยืนยันว่า ไม่มีประเทศไหนที่ไม่ได้รับผลกระทบ แต่ได้ประกาศข่าวดีด้วยว่า มีหลายประเทศที่ดำเนินการทดสอบวัคซีนรักษา และยาต้านเชื้อไวรัสแล้วผลเป็นบวกในระยะทดลองเบื้องต้น ได้แก่ จีน สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ อินเดีย และ ไทย

โดยคาดว่า น่าจะมีวัคซีนที่ใช้ป้องกันเชื้อไวรัส COVID-19 ได้เร็วสุดก็คือ ปลายปีนี้ หรือ ต้นปี 2021 อย่างไรก็ตาม มีกระแสฮือฮาเกี่ยวกับ “อินเดีย” ที่ล่าสุดบริษัท Cipla เป็นเภสัชภัณฑ์สัญชาติอินเดีย ได้ร่วมกันพัฒนาตัวยากับ สถาบันเทคโนโลยีเคมี (CSIR) ของอินเดีย ประสบความสำเร็จในการผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir)  หรือที่รู้จักกันในชื่อ Avigan มีคุณสมบัติเด่นเป็นยาต้านไวรัสหลายชนิด ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท Fujifilm Toyama Chemical ในการใช้รักษาโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในญี่ปุ่น และเคยใช้ในการรักษาโรคอีโบล่า และโรคติดต่อจากไวรัสอื่นๆ มาก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ บริษัท Cipla ได้รับอนุมัติจากหน่วยงานควบคุมยาของอินเดีย (DCGI) ให้สามารถวางจำหน่ายยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ในประเทศได้ ในชื่อแบรนด์ “ซิเพลนซา” (Ciplenza) สำหรับใช้รักษาผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 ในกรณีที่ติดเชื้อไม่รุนแรง หรืออยู่ในระยะ 1-2 เท่านั้น โดยราคายาดังกล่าวมีราคาเม็ดละต่ำกว่า 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 31.53 บาทต่อเม็ด) และจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค.นี้

อินเดีย ได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศที่มีวัตถุดิบสำหรับการผลิตยา และวัคซีนที่ค่อนข้างมหาศาล โดยก่อนหน้านี้มี บริษัท Glenmark Pharmaceuticals ของอินเดีย เป็นเจ้าแรกที่ประกาศจำหน่ายยาฟาวิพิราเวียร์ ในราคา 1.35 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน อินเดีย ยังเป็นประเทศที่ร่วมมือพัฒนา “วัคซีนต้าน COVID-19” กับหลายๆ ประเทศด้วย อย่างเช่น สหรัฐฯ ซึ่งก่อนหน้านี้มีการดำเนินโครงการพัฒนาวัคซีนร่วมกันอยู่แล้ว นานกว่า 3 ทศวรรษ เช่น วัคซีนไข้เลือดออก, โรคลำไส้, โรคไข้หวัดใหญ่ และวัณโรค เป็นต้น

ทั้งนี้ สถาบันซีรั่มแห่งอินเดีย (Serum Institute of India) กลายเป็นผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งมีจำนวนวัคซีนที่ผลิตและจำหน่ายทั่วโลก เฉลี่ย 1.5 พันล้านโดสต่อปี โดยมีการจัดหาวัคซีนมากถึง 20 ชนิด และส่งออกไปทั่วโลกกว่า 165 ประเทศทุกปี

นอกจากนี้ สมาพันธ์นวัตกรรมการเตรียมพร้อมการระบาด (CEPI) จากสวิตเซอร์แลนด์ เคยระบุว่า อินเดีย เป็นหนึ่งในประเทศที่มีวัตถุดิบทางการแพทย์จำนวนมาก ทั้งยังมีต้นทุนที่ถูกมาก ราว 80% ของวัคซีนที่ผลิตและถูกส่งออกไปจากอินเดีย เฉลี่ยแล้วมีราคาเพียง 50 เซนต์ต่อโดสเท่านั้น (ราว 16 บาท)

“สำหรับยาฟาวิพิราเวียร์ดังกล่าวนี้ ถือว่าอินเดียเป็นประเทศแรกที่สามารถวางจำหน่ายแบบเต็มเม็ด (ไม่ใช่แค่วัตถุดิบเป็นส่วนประกอบในยา) อีกทั้งยังมีราคาต้นทุนที่ต่ำ เกือบ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ เท่านั้น โดยมีคุณภาพเทียบเคียงกับหลายประเทศที่ใช้ตัวยาเดียวกันในการรักษา COVID-19 นั่นคือ จีน สิงคโปร์ และ ญี่ปุ่น”

ความสำเร็จนี้ของอินเดีย น่าจะเป็นข่าวที่ดีมากสำหรับไทย โดย “องค์การเภสัชกรรม” (อภ.) ได้มีการยืนยันว่า ได้เริ่มวิจัยและพัฒนายาฟาวิพิราเวียร์ ไปแล้ว และคาดว่าจะประสบความสำเร็จในช่วงปลายปี 2021 แต่ช่วงการทดสอบระหว่างนี้ การนำเข้าตัวยาแบบเต็มเม็ด หรือวัตถุดิบบางอย่างจากอินเดีย น่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีไม่น้อย เพราะคุณภาพได้รับการยอมรับระดับสากล อีกอย่างก็มีราคาต้นทุนไม่สูงมากด้วย

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!.... เพิ่มเพื่อน