“เอเอ็ม เบสท์” ชี้บริษัทประกันวินาศภัยเกาหลีใต้เจอมรสุมถาโถมรอบด้านทั้งแรงกดดันด้านเงินทุน ประกันรถยนต์ชะลอ  ฉุดกำไรบาง บวกการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบและดอกเบี้ยขาลง สร้างภาระต่อความสามารถในการชำระหนี้ คาด12เดือนข้างหน้า ตลาดวินาศภัยเติบโตปานกลาง

เว็บไซต์ Insurance Asia รายงานข่าวบริษัท เอเอ็ม เบสท์ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก เปิดเผยรายงานล่าสุดระบุว่า อุตสาหกรรมประกันวินาศภัยของเกาหลีใต้กำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านเงินทุนจากภาระผูกพันตามสัญญาประกันภัยที่เพิ่มขึ้น

โดยคาดว่าในช่วง 12 เดือนข้างหน้านี้  อุตสาหกรรมประกันวินาศภัยจะเติบโตในระดับปานกลาง ภายใต้นโยบายที่มุ่งเน้นการบริหารผลกำไรจากการรับประกันภัยในระยะยาวมากขึ้น  เอเอ็ม เบสท์ยังคงแนวโน้มอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยของเกาหลีใต้”มีเสถียรภาพ”

รายงานเผยอีกว่า การปรับปรุงมาตรฐานความสามารถในการชำระหนี้ภายในประเทศของเกาหลีใต้อย่างต่อเนื่องช่วยให้การจัดการเงินทุนของบริษัทประกันภัยแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

หน่วยงานกำกับดูแลบริการทางการเงิน (Financial Supervisory Service :FSS) ผลักดันให้มี “สมมติฐานทางคณิตศาสตร์ที่สมจริงมากขึ้น” และแผนการดำเนินงานลดอัตราส่วนลด (discount rates) ที่แบ่งออกเป็นเฟสจนถึงปี 2570

Seokjae Lee นักวิเคราะห์ทางการเงินอาวุโสบริษัท เอเอ็ม เบสท์ กล่าวว่า คาดว่าการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบเหล่านี้และอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจะสร้างภาระอย่างมากต่อความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทประกันภัย

“อย่างไรก็ดี คาดว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะส่งเสริมการบริหารจัดการทุนตามมูลค่าทางเศรษฐกิจสำหรับบริษัทประกันภัยเพื่อรักษาความเพียงพอของเงินกองทุนที่มั่นคงทั่วทั้งอุตสาหกรรม”

เอเอ็ม เบสท์กล่าวว่า ความเสี่ยงอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมประกันวินาศภัย ได้แก่ แนวโน้มการเติบโตที่ชะลอตัวลงและผลกำไรจากการรับประกันภัยที่ลดลงในธุรกิจประกันภัยรถยนต์

ประกันภัยรถยนต์ประสบกับภาวะที่เบี้ยประกันภัยเติบโตลดลงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เนื่องยอดการจดทะเบียนรถยนต์ซบเซาและการปรับลดอัตราเบี้ยประกันภัยสะสมลงเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ เอเอ็ม เบสท์  ยังได้สังเกตุเห็นความเข้มข้นของตลาดที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มบริษัทประกันภัยขนาดใหญ่

Chanyoung Lee กรรมการบริหารบริษัท เอเอ็ม เบสท์  ให้ความเห็นว่า“ตลาดประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว  ทำบริษัทประกันภัยไซส์ใหญ่มีแนวโน้มที่จะรักษาการเติบโตของเบี้ยประกันภัยไว้ได้ เพราะได้รับประโยชน์จากปัจจัยต่างๆ เช่น การประหยัดต่อขนาด (economies of scale)  ความสามารถทางการตลาดที่แข็งแกร่ง และโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่ดีเมื่อเทียบกับบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก”

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....