“สวิส รี” ชี้ลงทุน AI หนุนเอเชียฝ่าวิกฤติภูมิรัฐศาสตร์ แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงกดดันห่วงโซ่อุปทานและธุรกิจประกันภัยทั่วโลกต่อเนื่อง คาดปี 2569 เบี้ยประกันโลกโตเพียง 1.3% ขณะจีนยังครองตลาดใหญ่ อินเดียโตเร็วสุด

เว็บไซต์ AsiaInsuranceReview  รายงานข่าวว่า รายงาน sigma ฉบับล่าสุดของสวิส รี( Swiss Re ) หัวข้อ “World Insurance in 2026: Shock Absorbers in a Fragmented World” ระบุ  บริษัทประกันภัยในเอเชียและอุตสาหกรรมประกันภัยทั่วโลกยังต้องเผชิญกับผลกระทบจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่หยุดชะงักและอุปสรรคต่อการค้าเสรี อันเป็นผลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

“ความขัดแย้งในตะวันออกกลางถือเป็นแรงกระแทกล่าสุด และเป็นวิกฤติครั้งที่ 4 ในรอบ 6 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าการขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ( Strait of Hormuz ) ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันทางทะเลประมาณ 20% ของโลก จะกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง แต่แนวโน้มด้านห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกยังคงเปราะบางและมีความเสี่ยงสูง” ส่วนหนึ่งในรายงาน

AI แรงหนุนใหม่ของเศรษฐกิจเอเชีย

อย่างไรก็ตาม  สวิส รี  มองว่า การลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์( AI)  กำลังเป็น “กระแสสวนทาง” (Counter-current) ที่ช่วยลดแรงกดดันจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยการพัฒนา AI ตั้งแต่การสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ,การผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ , ระบบคลาวด์, ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ล้วนต้องอาศัยการบริหารความเสี่ยงผ่านการประกันภัยและประกันภัยต่อในทุกขั้นตอน ส่งผลให้เกิดโอกาสทางธุรกิจใหม่แก่ภาคประกันภัยทั่วโลก

สวิส รี  ยังพบว่า ผลเชิงบวกดังกล่าวเห็นได้ชัดเจนเป็นพิเศษในภูมิภาคเอเชีย “ในหลายประเทศของเอเชีย การส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง สามารถชดเชยผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นได้มากกว่าที่คาด”

เตือนความขัดแย้งยังเป็นความเสี่ยงสำคัญ

อย่างไรก็ตาม Jerome Jean Haegeli   หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของสวิส รี เตือนว่า ความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Fragmentation) ยังอาจบั่นทอนโอกาสการเติบโตจาก AI ได้

“ความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตลาดทุนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงมาตรการจำกัดการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์

ข้อจำกัดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี  การแข่งขันด้าน AI ระหว่างประเทศ

รวมถึงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานทั้งดิจิทัลและกายภาพ”

เขากล่าวว่า ปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจเอเชียในระยะยาว หากประเทศต่าง ๆ ใช้มาตรการกีดกันทางการค้าหรือจำกัดการลงทุนมากขึ้น

ลงทุน AI อาจเร่งเงินเฟ้อระยะกลาง

สวิส รี  ระบุเพิ่มเติมว่า การลงทุนครั้งใหญ่ใน AI และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง แม้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ก็มีแนวโน้มผลักดันเงินเฟ้อในระยะกลาง เนื่องจากศูนย์ข้อมูล,โรงงานผลิตชิป, ระบบไฟฟ้า และโรงงานอุตสาหกรรมใหม่ ต่างแข่งขันกันใช้ทรัพยากรเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานไฟฟ้า, กำลังการผลิตของโครงข่ายไฟฟ้า ,วัสดุก่อสร้าง, แรงงานด้านก่อสร้าง จึงอาจทำให้ต้นทุนการลงทุนและต้นทุนการดำเนินธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น แม้เศรษฐกิจโดยรวมจะขยายตัวดีขึ้นก็ตาม

ตลาดประกันโลกยังโต แต่ปีนี้ชะลอ

สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมประกันภัยโลก สวิส รี  ระบุว่า ธุรกิจประกันภัยยังคงมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในโลกที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงและวิกฤติที่เกิดขึ้นซ้ำอย่างต่อเนื่อง  อย่างไรก็ตาม การเติบโตของตลาดมีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยคาดการณ์ว่า  ในปี2569 (2026) และ ปี2570 (2027) เบี้ยประกันภัยรวมทั่วโลก (ประกันชีวิตและวินาศภัย) จะเติบโตจริง (Real Premium Growth) เพียง 1.3% และ1.6% ตามลำดับ ลดลงจาก 3.9% ในปี 2568(2025)

ประกันวินาศภัยหด

ประกันชีวิตยังแกร่ง

สวิส รี คาดว่า ธุรกิจประกันวินาศภัยจะเติบโตเพียง 0.6% ในปี 2569  เนื่องจากการแข่งขันด้านราคาในตลาดที่รุนแรงขึ้น รวมถึงเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง  ขณะที่ธุรกิจประกันชีวิต จะยังเติบโต 2.3% โดยได้รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าสนใจของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและการออมระยะยาว

จีนยึดเบอร์หนึ่ง อินเดียโตเร็วสุด

สวิส รี คาดว่า จีนจะยังคงเป็นตลาดประกันภัยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกในแง่มูลค่าเบี้ยประกันภัย (Nominal Premiums) ในขณะที่อินเดีย จะเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตของตลาดประกันภัยสูงที่สุดในกลุ่ม 20 ตลาดประกันภัยขนาดใหญ่ของโลก สะท้อนศักยภาพการขยายตัวของตลาดเกิดใหม่ในเอเชียที่ยังคงโดดเด่นในระยะยาว แม้เศรษฐกิจโลกจะเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ก็ตาม

 

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....