ญี่ปุ่นยกเครื่องเกณฑ์เงินกองทุนประกันชีวิตครั้งใหญ่ในรอบ 30 ปี  “FSA “บังคับใช้มาตรฐาน Economic Solvency Ratio (ESR) ประเมินความแข็งแกร่งทางการเงิน สะท้อนฐานะตามมูลค่าตลาด พร้อมคุมเข้มธุรกรรมประกันต่อ  ควบคู่หนุนบริษัทขยายการเติบโตผ่าน M&A ต่างประเทศ

เว็บไซต์ Insurance Asia รายงานข่าวภาคธุรกิจประกันชีวิตของญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของการกำกับดูแล ภายหลังหน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงิน (Financial Services Agency: FSA) เดินหน้าปฏิรูประบบเงินกองทุนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 30 ปี โดยมุ่งให้การวัดฐานะการเงินของบริษัทประกันชีวิตสะท้อนความเสี่ยงที่แท้จริงตามสภาพตลาดมากขึ้น แทนการใช้หลักการทางบัญชีแบบต้นทุนเดิม

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนว่าพื้นฐานของธุรกิจประกันชีวิตอ่อนแอลง แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลให้มีความสอดคล้องกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและมาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น

ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569(2026)  เป็นต้นมา FSA ได้ยกเลิกใช้ Solvency Margin Ratio (SMR) ซึ่งเป็นระบบประเมินความมั่นคงทางการเงินแบบเดิมที่อิงมูลค่าต้นทุน โดยเปลี่ยนมาใช้ระบบใหม่ Japan Insurance Capital Standard (J-ICS) ซึ่งเป็นมาตรฐานเงินกองทุนแบบเศรษฐกิจ (Economic Capital Standard) ที่ประเมินความเสี่ยงโดยอ้างอิงมูลค่าตลาดของสินทรัพย์และหนี้สิน

ภายใต้กรอบ J-ICS ตัวชี้วัดสำคัญของความแข็งแกร่งทางการเงิน คือ Economic Solvency Ratio (ESR) ซึ่งสะท้อนความสามารถในการรองรับความเสี่ยงของบริษัทประกันชีวิตได้อย่างแม่นยำกว่าระบบเดิม

ปัจจุบัน บริษัทประกันชีวิตรายใหญ่ของญี่ปุ่นทุกบริษัทมี ESR สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดไว้ที่ 100% อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมมีเงินกองทุนส่วนเกินรองรับความผันผวนได้ในระดับที่แข็งแกร่ง

ประกันต่อ เครื่องมือบริหารเงินกองทุน

หนึ่งในแนวโน้มสำคัญที่เกิดขึ้นหลังการเปลี่ยนผ่านสู่มาตรฐาน J-ICS คือ บริษัทประกันชีวิตหันมาใช้ Asset-Intensive Reinsurance หรือการทำประกันภัยต่อสำหรับพอร์ตกรมธรรม์ที่ใช้เงินกองทุนสูงมากขึ้น โดยแนวทางดังกล่าวช่วยให้บริษัทประกันชีวิตสามารถโอนความเสี่ยงของกรมธรรม์เดิมที่ใช้เงินกองทุนจำนวนมากออกไป ส่งผลให้ใช้เงินกองทุนน้อยลง และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารฐานะการเงินได้ดียิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม CreditSights ระบุว่า กลยุทธ์นี้มาพร้อมความเสี่ยงใหม่ ได้แก่ ความเสี่ยงจากคู่สัญญาประกันภัยต่อ (Counterparty Risk) และความเสี่ยงจากการดึงสัญญากลับมารับประกันเอง (Contract Recapture Risk)

ด้วยเหตุนี้ FSA จึงได้ออกร่างหลักเกณฑ์ใหม่ เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลธุรกรรมประกันภัยต่อ โดยจะตรวจสอบว่า การโอนความเสี่ยงมีสาระทางเศรษฐกิจจริงหรือไม่ พร้อมกำหนดให้มีการทดสอบภาวะวิกฤติ (Stress Test) ในกรณีที่ต้องดึงสัญญาประกันภัยต่อกลับมาบริหารเองพร้อมกันหลายรายการ

ดอกเบี้ยขาขึ้นให้ทั้งบวกและลบ

รายงานระบุว่า การปรับตัวสูงขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในญี่ปุ่นส่งผลต่อบริษัทประกันชีวิตทั้งด้านบวกและด้านลบ

ด้านลบ คือ พันธบัตรที่ถืออยู่เดิมมีมูลค่าตลาดลดลง ทำให้เกิดผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง( Unrealised Losses) ในพอร์ตการลงทุน

แต่ในอีกด้านหนึ่ง อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นช่วยลดมูลค่าปัจจุบันของภาระหนี้สินระยะยาวของบริษัทประกันชีวิตเมื่อคำนวณตามหลักเศรษฐศาสตร์ ส่งผลให้ฐานะเงินกองทุนโดยรวมดีขึ้น

นอกจากนี้ ผลตอบแทนจากการนำเงินลงทุนใหม่ไปลงทุนซ้ำ (Reinvestment Yield) ที่สูงขึ้น ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนความสามารถในการทำกำไรและเสริมความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

ความเสี่ยงลูกค้ายกเลิกกรมธรรม์ยังคุมได้

CreditSights มองว่า ในปัจจุบันความเสี่ยงที่ผู้เอาประกันภัยจะเวนคืนและยกเลิกกรมธรรม์ (Policy Surrender และ Lapse Risk) ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ได้แก่ ค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขการเวนคืนกรมธรรม์ที่ช่วยลดแรงจูงใจในการยกเลิก, ระบบบริหารความเสี่ยงและการป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน (Hedging) ,การเติบโตของผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรง (Third-sector Insurance) ซึ่งลูกค้ามักถือครองต่อเนื่องและได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยน้อยกว่า

อย่างไรก็ตาม CreditSights เตือนว่า หากอัตราดอกเบี้ยในประเทศยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความเสี่ยงในการเวนคืนกรมธรรม์อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต

เดินหน้าM&Aต่างแดน รับมือสังคมสูงวัย

ท่ามกลางตลาดประกันชีวิตในประเทศที่เข้าสู่ภาวะอิ่มตัว และข้อจำกัดจากโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย บริษัทประกันชีวิตญี่ปุ่นกำลังเร่งขยายการเติบโตผ่านการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ในต่างประเทศ โดยแนวโน้มดังกล่าวสะท้อนการปรับโมเดลธุรกิจจากการพึ่งพาตลาดภายในประเทศ ไปสู่การสร้างรายได้จากตลาดต่างประเทศมากขึ้น

CreditSights คาดว่า แม้ภาคธุรกิจประกันชีวิตจะเผชิญการเปลี่ยนผ่านด้านกฎเกณฑ์ครั้งใหญ่ แต่บริษัทประกันชีวิตญี่ปุ่นจะยังคงมีฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง และสามารถรองรับการขยายธุรกิจในระดับโลกได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้กรอบการกำกับดูแลใหม่ที่เข้มงวดและสอดคล้องกับมาตรฐานสากลมากขึ้น

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....