มาเลเซียเตือนภัยโลกร้อน กดดันประกันระยะยาว แต่ภาพรวมยังแข็งแรง “ MBSB”  ชี้ความเสียหายจากภัยธรรมชาติโดยเฉพาะน้ำท่วมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่บทบาทรัฐช่วยบรรเทาความเสียหายอาจบิดเบือนตลาดและกดเบี้ยประกันให้ต่ำกว่าความเสี่ยงจริง

            เว็บไซต์ AsiaInsuranceReview รายงานข่าวว่า หนังสือพิมพ์ Borneo Post สื่อในมาเลเซียอ้างอิงรายงานของ MBSB Investment Bank ว่า   ภาคธุรกิจประกันภัยและประกันภัยตะกาฟุลของมาเลเซียกำลังเผชิญความเสี่ยงระยะยาวที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยังคงมองว่า แนวโน้มโดยรวมของอุตสาหกรรมยังอยู่ในเชิงบวก

รายงานดังกล่าว ระบุว่า แนวโน้มเชิงบวกของอุตสาหกรรมยังคงมีอยู่ เนื่องจากปัจจัยสนับสนุนมีน้ำหนักมากกว่าปัจจัยกดดัน แม้ความเสียหายทางกายภาพจากภัยที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะความเสียหายต่อทรัพย์สินจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาสอดคล้องกับแนวโน้มระดับโลก

เหตุอุทกภัยเป็นปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดความสูญเสียมูลค่าหลายพันล้านริงกิตมาเลเซีย แต่จำนวนเงินค่าสินไหมทดแทนที่จ่ายจริงยังอยู่ในระดับต่ำ โดย Malaysian Re เปิดเผยว่า น้ำท่วมครั้งใหญ่ในปี 2564(2021) สร้างความเสียหายรวมประมาณ 6.1 พันล้านริงกิตมาเลเซีย (ราว 1.505 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) (1 ริงกิตประมาณ 8 บาท)  แต่เป็นความเสียหายที่มีการทำประกันภัยไว้เพียงประมาณ 2 พันล้านริงกิตเท่านั้น

 รายงานของ MBSB ชี้ว่า  “รัฐบาลกลางกลับเพิ่มงบประมาณด้านการช่วยเหลือภัยพิบัติและการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ ซึ่งช่วยบรรเทาความสูญเสียในกรณีที่ไม่มีการประกันภัย แต่แนวทางนี้กลับบิดเบือนกลไกตลาด ทำให้เบี้ยประกันภัยถูกกดให้อยู่ในระดับต่ำกว่าความเสี่ยงที่แท้จริง และทำให้ความคาดหวังของประชาชนต่อการช่วยเหลือจากรัฐอยู่ในระดับสูง”

นอกจากนี้ ภาคประกันภัยเอกชนยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ได้มีบทบาทมากเพียงพอเมื่อมีภัยพิบัติเกิดขึ้น และอาจถูกจับตามองหรือกำกับดูแลเข้มงวดมากขึ้น หากความเสียหายจากภัยพิบัติยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกรณีที่ความเสียหายจากน้ำท่วมเริ่มกระทบคุณภาพสินทรัพย์ของภาคธนาคารและความสามารถในการฟื้นตัวของระบบการเงิน

MBSB ตั้งข้อสังเกตุว่า Persatuan Insurans Am Malaysia (PIAM) หรือสมาคมประกันวินาศภัยมาเลเซีย ได้นำเสนอว่า แนวทางสำคัญในการบริหารความเสี่ยงจากภัยพิบัติ คือการเพิ่มการรับรู้ของประชาชนเกี่ยวกับความคุ้มครองประกันภัยน้ำท่วมและภัยธรรมชาติ เนื่องจากกว่า 50% ของครัวเรือนมาเลเซียยังไม่มีประกันภัยคุ้มครองอัคคีภัยและภัยธรรมชาติ  โดยในมาเลเซีย ความคุ้มครองน้ำท่วมมักเป็นเพียงความคุ้มครองเสริม (add-on) ของกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย

สำหรับแนวโน้มในอนาคต รายงานของ MBSB ประเมินว่า หากความสูญเสียจากภัยพิบัติยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจนำไปสู่สถานการณ์ต่างๆ  ได้แก่เงื่อนไขการรับประกันต่อ (reinsurance) ที่เข้มงวดมากขึ้น,เบี้ยประกันภัยที่ปรับสูงขึ้น,มาตรฐานการพิจารณารับประกันภัยที่เข้มงวดมากขึ้นและการแทรกแซงจากภาครัฐที่เพิ่มขึ้นในระบบประกันภัย

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....