อินโดนีเซียดีเดย์1 มกราคม 2569 บังคับใช้กฎใหม่”ประกันสุขภาพแบบมีส่วนร่วมจ่าย( Copayment)” ขั้นต่ำ10% ทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก หวังลดผลกระทบ”ขึ้นเบี้ย” หน่วยงานกำกับฯ ชี้ กฎใหม่มีผลเฉพาะประกันสุขภาพเชิงพาณิชย์ ไม่รวมประกันสุขภาพรายย่อย( micro health insurance products)
เว็บไซต์ AsiaInsuranceReview รายงานข่าวว่า ผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยสุขภาพในอินโดนีเซียจะต้องร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาล( Copayment ) อย่างน้อย 10% ของค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยนอก(OPD)หรือผู้ป่วยใน (IPD) ตามกฎระเบียบใหม่ของหน่วยงานกำกับดูแลบริการทางการเงินหรือ OJK (Financial Services Authority) เพื่อให้เกิดการร่วมเฉลี่ยค่ารักษาพยาบาลระหว่างบริษัทประกันภัยและผู้เอาประกันภัย โดยกฎระเบียบใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป
ตามรายงานข่าวที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ https://www.jakartadaily.id “ Ogi Prastomiyono “หัวหน้าผู้บริหารด้านการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย การค้ำประกัน และกองทุนบำเหน็จบำนาญ OJK ให้ข้อมูลระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2568 ว่า กฎระเบียบใหม่นี้จะใช้กับผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพเชิงพาณิชย์ (commercial health insurance products )เท่านั้น ไม่รวมโครงการประกันสุขภาพแห่งชาติ (National Health Insurance :JKN)
ทั้งนี้ กฎระเบียบใหม่มีรายละเอียดอยู่ในหนังสือเวียนของ OJK (SEOJK) ฉบับที่ 7 ปี 2568 เรื่อง การดำเนินการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพ ซึ่งออกเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา
กฎระเบียบใหม่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพแบบมีส่วนร่วมจ่ายจะประสานผลประโยชน์ต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้สามารถบูรณาการความคุ้มครองจากประกันภัยเอกชนและบริการประกันสุขภาพภายใต้โครงการ JKN ที่ดำเนินการโดย BPJS Kesehatan เข้าด้วยกันได้
M Ismail Riyadi รักษาการหัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความรู้ทางการเงินและการประชาสัมพันธ์ OJK กล่าวว่า กฎระเบียบใหม่นี้มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการใช้บริการทางการแพทย์และยาที่มีคุณภาพสูงขึ้น
“กฎนี้จะส่งเสริมให้เบี้ยประกันสุขภาพมีราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น ผู้ซื้อประกันสามารถจ่ายได้มากขึ้น เพราะสามารถลดผลกระทบจากการปรับขึ้นเบี้ยประกันได้ดีกว่า”
ข้อกำหนดอื่นๆ ในกฎระเบียบนี้ ได้แก่:
- การร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลสูงสุดจะถูกจำกัดไว้ที่ 300,000 รูเปีย (ประมาณ 18.45 ดอลลาร์สหรัฐ) ( 1,000 รูเปีย ประมาณ 2บาท) ต่อการยื่นเคลมสำหรับผู้ป่วยนอก และ 3,000,000 รูเปีย ต่อการยื่นเคลมสำหรับผู้ป่วยใน เพื่อจำกัดค่าใช้จ่ายที่ผู้เอาประกันภัยต้องร่วมจ่าย
- อย่างไรก็ตาม บริษัทประกันภัย อาทิ บริษัทประกันภัยชารีอะห์(Shariah) สามารถเสนอวงเงินร่วมจ่ายที่สูงกว่าที่กำหนดไว้ได้ โดยต้องได้รับความยินยอมจากลูกค้า ซึ่งจะระบุไว้ในเงื่อนไขกรมธรรม์ โดยกฎCopayment นี้จะไม่มีผลบังคับใช้กับประกันสุขภาพรายย่อย (micro health insurance products)
- การร่วมจ่ายใช้เฉพาะกับผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพที่มีหลักการชดเชย (indemnity principle) และผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพที่มีรูปแบบการบริการจัดการสุขภาพ (managed care health service scheme) ไม่มีการร่วมเฉลี่ยค่าใช้จ่ายจากการรักษาพยาบาลสำหรับผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพรายย่อย
- กรมธรรม์ประกันสุขภาพที่ซื้อก่อนวันที่ 1 มกราคม 2569 ยังคงมีผลบังคับใช้ภายใต้เงื่อนไขเดิมต่อไปจนกว่าจะสิ้นสุดระยะเวลาประกันตามเงื่อนไขกรมธรรม์
- สำหรับผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพที่มีคุณสมบัติการต่ออายุอัตโนมัติและได้รับการอนุมัติจาก OJK ก่อนที่กฎระเบียบใหม่จะมีผลบังคับใช้ บริษัทประกันภัยจะต้องปรับปรุงเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัยให้สอดคล้องกับข้อกำหนดการร่วมจ่ายภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569
เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....
ทีมงาน INN WHY? รายการเพื่อผู้บริโภค ร่วมปฏิวัติความคิด ปรับเปลี่ยนชีวิต ก้าวสู่ความมั่นคง หลังเกษียณ
ติดตามเราได้ที่ไลน์แอด @INNWHY.TV หรือ Facebook.com/INNWHY.TV และ Youtube.com/c/innwhy
Contact us : INNWHY31@gmail.com

