ตลาดประกันรถยนต์มาเลเซียยังครองแชร์อันดับ1 ธุรกิจประกันวินาศภัย เบี้ยประกันเติบโต 5% แต่เผชิญภาวะขาดทุนรับประกัน  หลังอุบัติเหตุเกิดถี่–ราคาอะไหล่แพง ขณะ EV เพิ่มโจทย์ใหม่ด้านค่าซ่อมและความซับซ้อนทางเทคนิค

            เว็บไซต์ AsiaInsuranceReview  รายงานข่าวตลาดประกันภัยรถยนต์ของมาเลเซียยังคงเป็นชิ้นเค้กที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยของประเทศ โดยในปี 2568 ประกันรถยนต์มีเบี้ยประกันภัยรับรวม (Gross Written Premiums: GWP) มูลค่า 10.9 พันล้านริงกิตมาเลเซีย หรือประมาณ 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนราว 45% ของเบี้ยประกันวินาศภัยทั้งหมด

Chuah Sin Yee นักวิเคราะห์การเงินอาวุโสบริษัท เอเอ็ม  เบสท์( AM Best ) กล่าวว่า ธุรกิจประกันภัยรถยนต์มีเบี้ยประกันภัยเติบโต 5% เมื่อเทียบกับปี 2567( y-o-y)  สะท้อนถึงความต้องการความคุ้มครองรถยนต์ที่ยังคงแข็งแกร่งและต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จากเบี้ยประกันภัยจะเพิ่มขึ้น แต่ภาวะการรับประกันภัยยังคงเผชิญแรงกดดัน โดยตลาดประกันภัยรถยนต์มีผลขาดทุนจากการรับประกันภัย (Underwriting Loss) จำนวน 290 ล้านริงกิต (1ริงกิตประมาณ 8บาท)

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า การเติบโตของเบี้ยประกันภัยไม่ได้หมายความว่า จะนำไปสู่ความสามารถในการทำกำไรจากการรับประกันภัยที่ดีขึ้น เนื่องจากต้นทุนค่าสินไหมทดแทนยังคงเพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วกว่ารายได้

Chuah Sin Yee กล่าวว่า สาเหตุสำคัญของผลขาดทุนดังกล่าวมาจากยอดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนที่สูงกว่ารายได้จากเบี้ยประกันภัย โดยความถี่ของการเกิดอุบัติเหตุที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับภาวะเงินเฟ้อด้านราคาอะไหล่รถยนต์ โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ได้ผลักดันต้นทุนการเคลมให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ตลาดใหญ่–ดีมานด์นิ่ง

ยังดึงดูดบริษัทประกัน

แม้ตลาดประกันภัยรถยนต์มาเลเซียจะเผชิญผลขาดทุนจากการรับประกันภัยในช่วงที่ผ่านมา แต่ธุรกิจนี้ยังคงเป็นสายงานที่มีความน่าสนใจสำหรับบริษัทประกันภัย เนื่องจากตลาดมีขนาดใหญ่ กอปรกับความต้องการประกันภัยที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพ และเบี้ยประกันภัยสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน “Digitalisation ” หรือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาปรับใช้ คาดว่าจะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางตลาดประกันภัยรถยนต์ของมาเลเซียในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า โดยบริษัทประกันภัยมีแนวโน้มเพิ่มการลงทุนในช่องทางการขายดิจิทัล  ระบบอัตโนมัติ และการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพิ่มความรวดเร็วในการบริหารจัดการและพิจารณาสินไหมทดแทน รวมถึงพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น

EV เพิ่มโจทย์ใหม่

ค่าซ่อมสูง–เทคนิคซับซ้อน

อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญคือ การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า( EV)  ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะสร้างโจทย์ใหม่ให้กับบริษัทประกันภัยในด้านการรับประกันความเสี่ยง เนื่องจากรถ EV มีต้นทุนการซ่อมแซมสูงกว่าและมีความซับซ้อนทางเทคนิคมากขึ้น

บริษัทประกันภัยในมาเลเซียอยู่ระหว่างการปรับปรุงแนวทางการรับประกันภัย โดยนำความเสี่ยงเฉพาะของรถ EV เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแบบจำลองการกำหนดราคาเบี้ยประกันภัยและการออกแบบผลิตภัณฑ์

นอกจากนี้ บริษัทประกันภัยหลายแห่งยังขยายความคุ้มครองประกันภัยรถยนต์ให้ครอบคลุมความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับรถ EV มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าภายในบ้าน  สายชาร์จแบบพกพา ตลอดจนความรับผิดที่อาจเกิดขึ้นจากกิจกรรมการชาร์จไฟ

ทิศทางดังกล่าวสะท้อนว่า แม้ธุรกิจประกันภัยรถยนต์ของมาเลเซียยังมีโอกาสเติบโตจากฐานตลาดขนาดใหญ่และความต้องการที่มั่นคง แต่บริษัทประกันภัยจำเป็นต้องเร่งบริหารต้นทุนสินไหมทดแทน  ปรับราคาให้สอดคล้องกับความเสี่ยง และพัฒนาโมเดลรับประกันภัยรองรับเทคโนโลยียานยนต์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว

 

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....