รัฐบาลเวียดนามเดินหน้าขยายสิทธิประโยชน์ประกันสุขภาพแห่งชาติ เพิ่มความคุ้มครองด้านป้องกันโรค ตรวจสุขภาพ และดูแลโรคเรื้อรัง พร้อมลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน ตั้งเป้าบรรลุ “Universal Health Coverage” ภายในปี 2573
เว็บไซต์ AsiaInsuranceReview รายงานข่าวเวียดนามเตรียมขยายความคุ้มครองของระบบประกันสุขภาพแห่งชาติให้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งด้านการป้องกันโรค การตรวจสุขภาพ และบริการดูแลสุขภาพเชิงรุก เพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประชาชนอย่างทั่วถึง โดยรัฐบาลตั้งเป้าบรรลุระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าภายในปี 2573(2030)
รายงานข่าวระบุว่า Pham Thi Thanh Tra รองนายกรัฐมนตรีเวียดนาม ได้ลงนามในกฤษฎีกาเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เพื่อประกาศใช้ “แผนปฏิบัติการ” สำหรับขับเคลื่อนนโยบายประกันสุขภาพถ้วนหน้าในพัฒนาใหม่ของประเทศ
แผนดังกล่าวกำหนดภารกิจและแนวทางดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อผลักดันให้เกิดการปรับปรุงกฎหมายและกลไกที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน พร้อมกำหนดกรอบการดำเนินงานสำหรับหน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งในด้านการนำไปปฏิบัติ การติดตามผล และการประเมินนโยบาย เพื่อให้ระบบประกันสุขภาพมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสามารถขยายความคุ้มครองได้อย่างทั่วถึงภายในปี 2573
หนึ่งในหัวใจสำคัญของแผน คือ การทยอยขยายสิทธิประโยชน์ของประกันสุขภาพ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลที่ประชาชนต้องจ่ายเอง (Out-of-pocket expenses)
ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป เวียดนามจะทยอยเพิ่มอัตราการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล รวมถึงเพิ่มงบประมาณด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน, การวินิจฉัยโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และการรักษาอย่างทันท่วงที โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มเปราะบางและกลุ่มเป้าหมายสำคัญ เช่น ผู้ได้รับสิทธิพิเศษจากภาครัฐ , ครัวเรือนรายได้น้อยใกล้เส้นความยากจน, ผู้พิการ และประชาชนกลุ่มเปราะบางอื่น ๆ
รัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าดำเนินมาตรการดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2570 เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับระบบประกันสุขภาพ และรองรับการขยายความคุ้มครองในระยะยาว
นอกจากนี้ กองทุนประกันสุขภาพของเวียดนามจะขยายความคุ้มครองไปยังบริการใหม่ต่างๆ เพิ่มเติม ได้แก่ บริการด้านการป้องกันโรคบางประเภท ,การดูแลด้านโภชนาการ ,การบริหารจัดการโรคเรื้อรัง ,การตรวจสุขภาพประจำปีและบริการคัดกรองโรคตามหลักวิชาชีพทางการแพทย์ เพื่อรองรับการขยายสิทธิประโยชน์ดังกล่าว
อย่างไรก็ดี เพื่อรองรับการขยายสิทธิประโยชน์ต่างๆ รัฐบาลเวียดนามยังเตรียมกระจายแหล่งเงินทุนและวางแนวทางสร้างความยั่งยืนทางการเงินให้กับกองทุนประกันสุขภาพในระยะยาว โดยภาครัฐมีแผนพัฒนากลไกนำร่องเพื่อระดมแหล่งเงินทุนเพิ่มเติม รวมถึงแนวคิดในการจัดสรรรายได้บางส่วนจากภาษีสินค้าที่ส่งผลต่อสุขภาพ เช่น ยาสูบ ,เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ,เบียร์ และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง มาใช้สนับสนุนบริการสุขภาพเชิงป้องกัน ,การตรวจคัดกรองโรคระยะเริ่มต้น และการดูแลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
ทั้งนี้ คาดว่านโยบายดังกล่าวจะมีการสรุปและประกาศใช้อย่างเป็นทางการภายในไตรมาส 4 ปี 2571 (2028)
เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....
ทีมงาน INN WHY? รายการเพื่อผู้บริโภค ร่วมปฏิวัติความคิด ปรับเปลี่ยนชีวิต ก้าวสู่ความมั่นคง หลังเกษียณ
ติดตามเราได้ที่ไลน์แอด @INNWHY.TV หรือ Facebook.com/INNWHY.TV และ Youtube.com/c/innwhy
Contact us : INNWHY31@gmail.com

