ผลสำรวจพบ 89% ของชาวเวียดนามให้ความสำคัญกับประกันชีวิต แรงจูงใจหลักคือคุ้มครองความเสี่ยง -ค่ารักษาพยาบาล และการออมอย่างมั่นคง ชี้ค่าเบี้ยเฉลี่ยเดือนละ 1.8 ล้านดองหรือราว 68 เหรียญ ยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการถือกรมธรรม์ระยะยาว
เว็บไซต์ AsiaInsuranceReview รายงานข่าวสมาคมประกันภัยเวียดนาม หรือ IAV (Insurance Association of Vietnam) เปิดเผยผลสำรวจล่าสุดพบว่า ชาวเวียดนาม สัดส่วนถึง 89% มองว่าประกันชีวิตเป็นสิ่งที่ “มีความสำคัญอย่างมาก” ในชีวิตประจำวัน สะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนให้ความสนใจเรื่องการวางแผนการเงิน การคุ้มครองครอบครัว และการเตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยงในระยะยาวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาชี้ว่า คนส่วนใหญ่ยังมองประกันชีวิตในฐานะ “เครื่องมือเสริมด้านการเงิน” มากกว่าการเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงหลักหรือช่องทางการลงทุนระยะยาว
รายงานดังกล่าวจัดทำขึ้นภายใต้โครงการวิจัย “Public Opinion and Community Engagement Policy Research Quantitative Report” ของสมาคมประกันภัยเวียดนาม โดยบริษัทวิจัยตลาด IFM Research ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนจำนวน 1,265 คน ทั้งในเขตเมืองและชนบททั่วประเทศ
ผู้ถือกรมธรรม์-เคยยกเลิกประกัน
ยังเห็นความสำคัญสูง
ผลสำรวจพบว่า 89% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด มองว่าประกันชีวิตมีความสำคัญมาก ,91% ของผู้ที่มีประกันชีวิตอยู่ในปัจจุบัน เห็นว่าประกันชีวิตมีความสำคัญ ,86% ของผู้ที่มีเฉพาะประกันวินาศภัย มีมุมมองเชิงบวกต่อประกันชีวิต
และ 91% ของผู้ที่เคยยกเลิกกรมธรรม์ประกันชีวิต ยังคงมองว่าประกันชีวิตมีความสำคัญ
สมาคมประกันภัยเวียดนามระบุว่า “ผลสำรวจดังกล่าวถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สะท้อนว่า ประกันชีวิตได้รับการยอมรับมากขึ้นในฐานะเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญ ไม่เพียงเฉพาะในกลุ่มลูกค้าปัจจุบัน แต่รวมถึงกลุ่มที่ยังไม่ได้ซื้อประกันหรือเคยยกเลิกกรมธรรม์ไปแล้ว”
ความรู้ความเข้าใจประกันชีวิต
อยู่ในระดับน่าพอใจ
ผลสำรวจยังพบว่า 58% ของผู้ตอบแบบสอบถามประเมินว่า ตนเองมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประกันชีวิตในระดับดี โดยเมื่อแยกตามช่วงอายุ พบว่ามีความใกล้เคียงกัน ได้แก่ อายุ 22-29 ปี จำนวน 57% อายุ 30-40 ปี จำนวน 59%
อายุ 40 ปีขึ้นไป จำนวน 58%
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า ความรู้เกี่ยวกับประกันชีวิตเริ่มกระจายตัวในทุกกลุ่มอายุของสังคมเวียดนาม
“ป้องกันความเสี่ยง”
เหตุผลหลักซื้อประกันชีวิต
สำหรับเหตุผลสำคัญที่ทำให้ประชาชนมองว่าประกันชีวิตมีความจำเป็น พบว่า 57% ระบุว่า ช่วยคุ้มครองความเสี่ยงจากการเจ็บป่วย อุบัติเหตุ และการเสียชีวิต ,45% ระบุว่า ช่วยรักษาเสถียรภาพทางการเงินและดูแลครอบครัว
ขณะที่แรงจูงใจหลักในการตัดสินใจซื้อประกันชีวิต ได้แก่ การคุ้มครองความเสี่ยง ,การช่วยรองรับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาล ,การออมเงินอย่างปลอดภัย ส่วนเป้าหมายด้านการลงทุนยังมีความสำคัญน้อยกว่าอย่างชัดเจน
ค่าเบี้ยและภาระการเงิน
ยังเป็นอุปสรรคสำคัญ
อย่างไรก็ดี แม้ว่า ประชาชนจะเห็นความสำคัญของประกันชีวิตเพิ่มขึ้น แต่ผลสำรวจพบว่า ยังมีปัจจัยหลายประการที่ทำให้คนจำนวนมากไม่เข้าร่วมทำประกันชีวิต ได้แก่ ระยะเวลาชำระเบี้ยที่ยาวนาน,เลือกนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่น
,ข้อจำกัดด้านรายได้และภาระทางการเงิน โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 22-29 ปี ระบุว่า การขาดคำแนะนำหรือคำปรึกษาที่เหมาะสม เป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดต่อการตัดสินใจซื้อประกันชีวิต
ค่าเบี้ยเฉลี่ยเดือนละ 1.8 ล้านดอง
กดดันการถือกรมธรรม์ระยะยาว
ผลสำรวจยังพบว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้ผู้เอาประกันจำนวนมากไม่สามารถรักษากรมธรรม์ระยะยาวได้ คือแรงกดดันทางการเงิน
ปัจจุบันผู้ถือกรมธรรม์ในเวียดนามมีค่าเบี้ยประกันเฉลี่ยประมาณ 1.8 ล้านดองต่อเดือน หรือราว 68 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ซึ่งระดับค่าเบี้ยประกันดังกล่าวยังถือเป็นภาระที่มีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่รายได้ของครัวเรือนผันผวน หรือในกรณีที่ผู้เอาประกันยังไม่เข้าใจคุณค่าของความคุ้มครองที่ได้รับอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับความคาดหวังของตนเอง
พฤติกรรมการเงินแตกต่างตามช่วงวัย
คนเมืองใหญ่ตื่นตัวด้านการเงินมากกว่า
รายงานยังชี้ให้เห็นว่า พฤติกรรมการวางแผนทางการเงินของชาวเวียดนามเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงอายุอย่างชัดเจน
โดยกลุ่มอายุต่ำกว่า 30 ปี เน้นซื้อทรัพย์สินขนาดใหญ่ รักษาระดับการใช้จ่าย สนับสนุนและดูแลพ่อแม่
กลุ่มอายุ 30-40 ปี ให้ความสำคัญกับการออมเพื่อการศึกษาบุตร เน้นการลงทุนระยะยาว กลุ่มอายุมากกว่า 40 ปี
มุ่งเน้นการออมเพื่อวัยเกษียณ วางแผนสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
ผลสำรวจยังพบความแตกต่างด้านพฤติกรรมทางการเงินระหว่างพื้นที่อาศัย โดยประชาชนในเมืองขนาดใหญ่ของเวียดนามมีอัตราการวางแผนการเงินสูงกว่าประชาชนในพื้นที่อื่น สะท้อนถึงความตระหนักรู้และความกระตือรือร้นในการบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคลที่มากกว่า
มุมมองต่อธุรกิจประกันชีวิต
ผลสำรวจครั้งนี้สะท้อนว่า ตลาดประกันชีวิตเวียดนามยังมีศักยภาพเติบโตอีกมาก แม้ผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับประกันชีวิตในระดับสูง แต่ยังมีช่องว่างสำคัญในด้านการให้คำปรึกษา การสร้างความเข้าใจเรื่องคุณค่าของความคุ้มครอง และการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับกำลังซื้อของประชาชนในแต่ละช่วงวัย ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขยายฐานผู้เอาประกันและการรักษากรมธรรม์ในระยะยาวของอุตสาหกรรมประกันชีวิตเวียดนามต่อไป.
เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....
ทีมงาน INN WHY? รายการเพื่อผู้บริโภค ร่วมปฏิวัติความคิด ปรับเปลี่ยนชีวิต ก้าวสู่ความมั่นคง หลังเกษียณ
ติดตามเราได้ที่ไลน์แอด @INNWHY.TV หรือ Facebook.com/INNWHY.TV และ Youtube.com/c/innwhy
Contact us : INNWHY31@gmail.com

