ประกันชีวิตเอเชียเผชิญแรงกระเพื่อม “ทางอ้อม” จากสงครามอิหร่านHSBC “ชี้ 2 ความเสี่ยงรอง ตลาดการเงินผันผวนกระทบพอร์ตลงทุน การจัดสรรสินทรัพย์ ขณะผู้ถือกรมธรรม์แห่ลดความเสี่ยง ดันดีมานด์คำปรึกษาพุ่ง

            เว็บไซต์ AsiaInsuranceReview รายงานข่าวบทสัมภาษณ์ Edward Moncreiffe  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(CEO)  ธุรกิจประกันบริษัท HSBC ที่ให้สัมภาษณ์กับ Asia Insurance Review ว่า สถาณการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังก่อให้เกิด “ความเสี่ยงลำดับรอง” (second-order risks) ต่อธุรกิจประกันชีวิตในภูมิภาคเอเชีย 2 ประการ

ประการแรก คือ ความเสี่ยงด้านการตลาด (market risk) โดยความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังส่งผลต่อราคาสินทรัพย์ในตลาดการเงิน ทั้งหุ้น พันธบัตร และตราสารหนี้

“นี่ส่งผลโดยตรงต่อการจัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ของเรา ว่าเราจะนำเงินของผู้ถือกรมธรรม์ไปลงทุนอย่างไร และเราจะเตรียมรับมือกับความผันผวนของสินทรัพย์ในอนาคตอย่างไร”

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ บริษัทประกันชีวิตต้องปรับพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในตลาดทุน ซึ่งอาจกระทบทั้งผลตอบแทนและความมั่นคงของเงินสำรองในระยะยาว

ประการที่สอง คือ พฤติกรรมการ “ลดความเสี่ยง” (de-risking) ของลูกค้า ซึ่งเพิ่มขึ้นในช่วงที่ความไม่แน่นอนสูง

เขาอธิบายว่า ในช่วงเวลาที่ตลาดผันผวน ลูกค้าจะต้องการคำแนะนำและความมั่นใจมากขึ้น ส่งผลให้บริษัทประกันชีวิตต้องยกระดับบทบาทด้านที่ปรึกษา (advisory) และการดูแลลูกค้า

“ในสถานการณ์แบบนี้ ลูกค้าต้องการคำแนะนำและความมั่นใจ เราจึงต้องเพิ่มขีดความสามารถในการให้คำปรึกษา พร้อมทั้งทำให้ผลิตภัณฑ์และโซลูชันของเราสามารถสร้างความอุ่นใจและความคุ้มครองได้ในช่วงที่มีความไม่แน่นอน”

อย่างไรก็ดี Moncreiffe  ตอกย้ำว่า  แม้ผลกระทบต่อธุรกิจประกันชีวิตจะไม่ได้เกิดขึ้นโดยตรง แต่ก็มี “แรงกระเพื่อมต่อเนื่อง” (knock-on effects) ที่มีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรม

โดยสรุป แม้ธุรกิจประกันชีวิตจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากความขัดแย้ง แต่แรงกดดันผ่าน “ตลาดการเงิน” และ “พฤติกรรมผู้บริโภค” กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่บริษัทต้องบริหารอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....