Morningstar คาด”โตเกียวมารีน” กำไรสุทธิกลับมาเติบโตตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 หลังเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นและธุรกิจต่างประเทศยังแข็งแกร่ง ช่วยชดเชยแรงกดดันจากเงินเฟ้อและความเสียหายภัยพิบัติในญี่ปุ่น ประเมิน ROE ปรับปรุงแล้วทรงตัวราว 15% ถึงปี 2573
เว็บไซต์ Insurance Asia รายงานข่าว Morningstar บริษัทวิจัยและให้ข้อมูลการลงทุนชื่อดังระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา คาดการณ์ บริษัท โตเกียวมารีน โฮลดิ้งส์ (Tokio Marine Holdings ) มีแนวโน้มกลับเข้าสู่เส้นทางการเติบโตของกำไรตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 (2027) เป็นต้นไป โดยได้แรงหนุนจากเบี้ยประกันภัยที่เพิ่มขึ้นและผลประกอบการที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของธุรกิจต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุนจากเงินเฟ้อในตลาดญี่ปุ่น
Morningstar คาดการณ์ว่า กำไรสุทธิของโตเกียวมารีนจะเพิ่มขึ้น 2.2% สู่ระดับ 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.00 ล้านล้านเยน ในปีงบประมาณ 2570 (100เยน ประมาณ21 บาท) หลังจากที่คาดว่า กำไรสุทธิในปีงบประมาณ 2569(2026) จะลดลง 7.1% มาอยู่ที่ 6.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 9.804 แสนล้านเยน
หลังจากนั้น ทิศทางกำไรมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดว่า กำไรสุทธิในปีงบประมาณ 2571 จะเพิ่มขึ้น 5.6% เป็น 6.7 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1.06 ล้านล้านเยน และเพิ่มขึ้นอีก 7.7% ในปีงบประมาณ 2572(2029) สู่ระดับ 7.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 1.14 ล้านล้านเยน
เบี้ยประกันโตต่อเนื่องถึงปี 2574
ด้านรายได้ Morningstar คาดว่า เบี้ยประกันภัยรับสุทธิ (Net Earned Premiums) ของโตเกียวมารีนจะเติบโต 4% แตะระดับ 4.11 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 6.53 ล้านล้านเยน ในปีงบประมาณ 2569 ก่อนจะขยายตัวในอัตราประมาณ 5% ต่อปีไปจนถึงปีงบประมาณ 2574(2031)
ขณะที่รายได้รวมของกลุ่มคาดว่า จะเพิ่มขึ้น 5.4% เป็น 5.24 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8.32 ล้านล้านเยนในปีงบประมาณ 2569 และคาดว่าจะเติบโตในระดับประมาณ 5% ต่อปีในช่วง 2 ปีถัดไป
ต่างประเทศขึ้นแท่นเครื่องยนต์กำไร
Morningstar มองว่า ธุรกิจในต่างประเทศจะยังคงเป็นหนึ่งในแหล่งสร้างกำไรที่สำคัญของโตเกียวมารีน โดยในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2569 ธุรกิจในต่างประเทศมีอัตรารายจ่ายรวม(Combined Ratio) อยู่ที่ 88.8% สะท้อนประสิทธิภาพด้านการรับประกันภัยที่แข็งแกร่ง
ผลประกอบการดังกล่าวได้รับแรงหนุนสำคัญจากธุรกิจประกันภัยเฉพาะทาง หรือ Specialty Insurance ในอเมริกาเหนือ รวมถึงรายได้จากการลงทุนที่แข็งแกร่ง
Morningstar ระบุว่า ผลกำไรจากธุรกิจเหล่านี้สามารถชดเชยผลประกอบการที่อ่อนตัวลงของธุรกิจในยุโรปและตะวันออกกลางได้มากกว่าทั้งหมด โดย Combined Ratio ที่ต่ำกว่า 100% หมายความว่า ธุรกิจประกันภัยสามารถทำกำไรจากการรับประกันภัยก่อนรวมรายได้จากการลงทุน ดังนั้นระดับ 88.8% จึงสะท้อนกำไรจากการรับประกันภัยที่อยู่ในระดับแข็งแกร่ง
ธุรกิจญี่ปุ่นยังเจอเงินเฟ้อ-ภัยพิบัติกดดัน
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจประกันวินาศภัยภายในประเทศญี่ปุ่นยังมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อและความเสียหายจากภัยพิบัติ โดยในไตรมาสแรก Combined Ratio ของประกันภัยรถยนต์เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 97.4% ขณะที่ประกันอัคคีภัยอยู่ที่ 93.8% หลังต้นทุนการดำเนินงานและค่าสินไหมทดแทนปรับตัวสูงขึ้น
แม้ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันต่อความสามารถในการทำกำไร แต่ Morningstar มองว่า การปรับขึ้นเบี้ยประกันภัยที่โตเกียวมารีนดำเนินการไปก่อนหน้านี้ จะเริ่มเข้ามาช่วยชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงรองรับความเสียหายจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในช่วงที่เหลือของปี ดังนั้น คาดว่า Combined Ratio ของธุรกิจประกันวินาศภัยในประเทศญี่ปุ่นตลอดทั้งปีจะสามารถรักษาระดับให้อยู่ภายในเป้าหมายของโตเกียวมารีนที่ 91% ได้
รายได้ลงทุนช่วยพยุงผลประกอบการ
นอกจากผลการรับประกันภัยแล้ว รายได้จากการลงทุนจะยังเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนสำคัญต่อผลประกอบการของกลุ่ม โดย Morningstar คาดว่า รายได้จากการลงทุนสุทธิในปีงบประมาณ 2569 จะลดลงเล็กน้อย 0.9% มาอยู่ที่ 9.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.43 ล้านล้านเยน
อย่างไรก็ตาม รายได้ส่วนนี้มีแนวโน้มกลับมาเพิ่มขึ้น 4.8% เป็น 9.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.50 ล้านล้านเยนในปีงบประมาณ 2570 และเพิ่มขึ้นอีก 6.2% เป็น 1.00 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.59 ล้านล้านเยนในปีงบประมาณ 2571(2028)
คาด ROE ทรงตัว15% ถึงปี 2573
สำหรับกำไรสุทธิหลังการปรับรายการพิเศษ (Adjusted Net Income) Morningstar คาดว่า จะเพิ่มขึ้น 6.5% สู่ระดับ 7.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.14 ล้านล้านเยนในปีงบประมาณ 2569 และเติบโตต่ออีก 7.6% เป็น 7.7 พันล้านดอลลาร์ สหรัฐหรือ 1.23 ล้านล้านเยนในปีงบประมาณ 2570
กระนั้นก็ตาม ในปีงบประมาณ 2571 กำไรสุทธิหลังปรับรายการ คาดว่า จะลดลง 3.5% มาอยู่ที่ 7.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.18 ล้านล้านเยนในปีงบประมาณ 2571(2028)
Morningstar ยังประเมินว่า อัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้นหลังปรับรายการ (Adjusted ROE) ของโตเกียวมารีน จะอยู่ที่ประมาณ 15% ต่อเนื่องไปจนถึงปีงบประมาณ 2573 (2030) สะท้อนความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากเงินทุนที่ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง
ประมาณการดังกล่าวมีขึ้นหลังจากโตเกียวมารีนรายงานผลประกอบการไตรมาสแรก โดยมีกำไรสุทธิหลังปรับรายการ 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.61 แสนล้านเยน ลดลง 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็นประมาณ 28% ของเป้าหมายกำไรทั้งปีของบริษัท
Morningstar ประเมินว่า ผลประกอบการไตรมาสแรกโดยรวมของโตเกียวมารีนยังเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยความแข็งแกร่งของการรับประกันภัยในตลาดต่างประเทศสามารถเข้ามาชดเชยผลประกอบการที่อ่อนตัวในตลาดญี่ปุ่นได้
ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า ในระยะถัดไป “ธุรกิจต่างประเทศ” จะมีบทบาทมากขึ้นต่อโครงสร้างกำไรของโตเกียวมารีน โดยเฉพาะธุรกิจ Specialty Insurance ในอเมริกาเหนือ ขณะที่ตลาดญี่ปุ่นยังต้องบริหารความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ต้นทุนสินไหมทดแทนและภัยพิบัติ ท่ามกลางการใช้มาตรการปรับขึ้นเบี้ยประกันภัยเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรจากการรับประกันภัย
เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....
ทีมงาน INN WHY? รายการเพื่อผู้บริโภค ร่วมปฏิวัติความคิด ปรับเปลี่ยนชีวิต ก้าวสู่ความมั่นคง หลังเกษียณ
ติดตามเราได้ที่ไลน์แอด @INNWHY.TV หรือ Facebook.com/INNWHY.TV และ Youtube.com/c/innwhy
Contact us : INNWHY31@gmail.com

