ตลาดประกันชีวิตเวียดนามเริ่มเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว หลังวิกฤติ”ขายพ่วง”ผ่านธนาคาร (Bancassurance) ฉุดยอดขายดิ่งสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปี ขณะภาครัฐเร่งยกเครื่องกฎเกณฑ์คุมเข้ม หวังสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและเรียกความเชื่อมั่นผู้บริโภคกลับคืน
เว็บไซต์ AsiaInsuranceReview รายงานข่าวตลาดประกันชีวิตของเวียดนามเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา หลังจากผ่านยุคการเติบโตอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเข้าสู่ช่วงปรับฐานอย่างรุนแรงจากวิกฤติการขายประกันผ่านธนาคารที่ไม่เหมาะสม (Bancassurance Mis-selling Crisis) ในช่วงปลายปี 2565 (2022)
ตามรายงานฉบับล่าสุด หัวข้อ “Vietnam’s Life Insurance Landscape After the Mis-selling Crisis: Cautious Optimism Reigns for a More Disciplined and Sustainable Growth Phase ของบริษัทที่ปรึกษาด้านคณิตศาสตร์ประกันภัยระดับโลก Milliman ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นมา ตลาดประกันชีวิตเวียดนามได้เข้าสู่ช่วงฟื้นฟูใหม่ที่มีระเบียบวินัยมากขึ้น โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น และความคาดหวังของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
“แม้ว่ายอดขายธุรกิจใหม่ (New Business: NB) จะยังหดตัวในระยะสั้น แต่แนวโน้มระยะยาวยังคงเป็นบวก จากปัจจัยสนับสนุนสำคัญๆทั้งโครงสร้างประชากรที่เอื้อต่อการเติบโต รายได้ประชาชนที่เพิ่มขึ้น และอัตราการเข้าถึงประกันภัยที่ยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับศักยภาพของประเทศ”
ตลาดแตะจุดต่ำสุดในปี 2568
รายงานระบุว่า ตลาดประกันชีวิตเวียดนามมีแนวโน้มผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 2568 โดยยอดขายผ่านตัวแทนประกันชีวิตและช่องทางธนาคารต่างปรับลดลงสู่ระดับใกล้เคียงกับปี 2560(2017) โดยการปรับตัวดังกล่าวถือเป็น “การรีเซ็ตครั้งใหญ่” ของอุตสาหกรรม แม้จะส่งผลกระทบต่อการเติบโตในระยะสั้น แต่ก็ช่วยวางรากฐานสำหรับการขยายตัวที่มีคุณภาพและยั่งยืนมากขึ้นในอนาคต
คาดฟื้นตั้งแต่ปี 2569
เบี้ยใหม่อาจพุ่งกว่าเท่าตัวใน 5 ปี
Milliman คาดว่า ตลาดประกันชีวิตของเวียดนามจะเริ่มกลับมาเติบโตอีกครั้งตั้งแต่ปี 2569(2026) เป็นต้นไป โดยมีศักยภาพที่จะทำให้เบี้ยประกันภัยรับใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าจากระดับปี 2568 ภายในระยะเวลา 5 ปี ซึ่งหากเป็นไปตามคาดการณ์ ยอดขายใหม่จะกลับมาอยู่เหนือระดับก่อนเกิดวิกฤติการขายที่ไม่เหมาะสมในช่วงปี 2565
อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว อัตราการเติบโตของตลาดมีแนวโน้มชะลอลงเข้าสู่ระดับใกล้เคียงกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือประมาณ 10% ต่อปี หลังผ่านช่วงฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในระยะแรก
รัฐยกเครื่องกฎระเบียบ
ป้องกัน”ขายผิด”
รายงานระบุว่า การปฏิรูประบบการกำกับดูแลของเวียดนามมีเป้าหมายหลักเพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค เสริมสร้างมาตรฐานการขาย และลดความเสี่ยงจากการขายประกันที่ไม่เหมาะสมในอนาคต
มาตรการสำคัญที่ถูกนำมาใช้ ได้แก่ 1.ควบคุมการขายประกันผ่านธนาคารเข้มงวดขึ้น โดยจำกัดการขายพ่วงประกันภัยกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินบางประเภท (product bundling) 2.เพิ่มข้อกำหนดด้านการเปิดเผยข้อมูลและการแสดงตัวอย่างผลประโยชน์กรมธรรม์อย่างละเอียดมากขึ้นและปรับปรุงหลักเกณฑ์ผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะประกันชีวิตแบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์ (Universal Life) และยูนิตลิงค์ (Unit-Linked)
3.กำหนดเพดานค่าคอมมิชชั่น สิ่งจูงใจทางการขาย และค่าธรรมเนียมบางประเภท และ4.เตรียมเปลี่ยนผ่านสู่ระบบกำกับดูแลเงินกองทุนตามความเสี่ยง (Risk-Based Capital: RBC) ซึ่งคาดว่าจะเริ่มบังคับใช้หลังปี 2573(2030) เป็นต้นไป
ความเชื่อมั่นกำลังกลับมา
Milliman มองว่า แม้ตลาดประกันชีวิตเวียดนามจะยังอยู่ในช่วงฟื้นฟู แต่การยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลและการขายกำลังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคอีกครั้ง
“หากอุตสาหกรรมสามารถรักษาวินัยในการเติบโตและเน้นคุณภาพของการขายได้อย่างต่อเนื่อง เวียดนามยังคงเป็นหนึ่งในตลาดประกันชีวิตที่มีศักยภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในทศวรรษหน้า จากแรงหนุนของชนชั้นกลางที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วและช่องว่างการเข้าถึงประกันภัยที่ยังมีอยู่มาก”รายงานสรุปในตอนท้าย
เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....
ทีมงาน INN WHY? รายการเพื่อผู้บริโภค ร่วมปฏิวัติความคิด ปรับเปลี่ยนชีวิต ก้าวสู่ความมั่นคง หลังเกษียณ
ติดตามเราได้ที่ไลน์แอด @INNWHY.TV หรือ Facebook.com/INNWHY.TV และ Youtube.com/c/innwhy
Contact us : INNWHY31@gmail.com

