ประกันจีนแนวโน้มสดใส “สวิส รี” คาด เบี้ยประกันภัยพุ่ง 2 เท่าในทศวรรษหน้า โตเร็วกว่าจีดีพี   จากแรงส่งเศรษฐกิจเติบโตแข็งแกร่ง 5% ยึดตำแหน่งประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดในโลก ชู”จีน” เป็นตลาดสำคัญเชิงกลยุทธ์ เล็งขยายประกันต่อประกันชีวิตรับสังคมสูงวัย  ประกันภัยพิบัติ ประกันเกษตรกรรม ขณะที่กระแสเศรษฐกิจสีเขียวเพิ่มโอกาสมหาศาล

เว็บไซต์ Asiainsurancereview รายงานว่า หนังสือพิมพ์ไชน่า เดลี่ ของจีน นำเสนอบสัมภาษณ์  Mr Christian Mumenthaler ซีอีโอบริษัท สวิส รี กรุ๊ป เกี่ยวกับทิศทางการดำเนินธุรกิจในจีนและแนวโน้มภาคประกันภัยของจีน โดยประเมินว่า  ภาคประกันภัยของจีนจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในทศวรรษหน้า หรือในระยะ 10ปีข้างหน้านี้ ท่ามกลางการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะทำให้จีนกลายเป็นตลาดที่สำคัญมากขึ้นสำหรับสวิส รี  

เขากล่าวว่า ตลาดประกันภัยของจีนมีการเติบโตเร็วกว่าเศรษฐกิจของจีน   “เราคิดว่าเบี้ยประกันภัย (ในตลาดประกันภัยของจีน) จะเพิ่มขึ้นสองเท่าในระยะ 10 ปีข้างหน้านี้ ดังนั้นเราจึงต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการเติบโตนี้  แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจก็ตาม  แต่จีนยังคงเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดในโลก และคาดว่าจะรักษาอัตราการเติบโตไว้ที่ประมาณ 5% ได้”  

เนื่องจากตลาดประกันภัยของจีน คาดว่าจะเติบโตเร็วกว่าภูมิภาคอื่นๆ  อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น  จีน ซึ่งมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์อย่างยิ่งสำหรับสวิส รี อยู่แล้ว ก็คาดว่าจะกลายเป็นตลาดที่มีความสำคัญมากยิ่งขึ้นสำหรับสวิส รี  

“ผมตื่นเต้นมากๆ กับโอกาสต่างๆ (ในจีน)”

เบี้ยประกันภัยต่อจีดีพีในจีนยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ และช่องว่างความคุ้มครอง( protection gap) ด้านภัยพิบัติทางธรรมชาติยังคงสูงอยู่  ทำให้เกิดโอกาสมหาศาลสำหรับการเติบโตในภาคส่วนต่างๆ  อาทิ  ประกันภัยพิบัติทางธรรมชาติ   ประกันภัยองค์กร และประกันภัยการเกษตร เป็นต้น

รายงานประจำปีของสวิส รี ระบุว่า  ในปี2566 บริษัทฯได้รับเบี้ยประกันภัยสุทธิและรายได้ค่าธรรมเนียมรวม 1.54 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากตลาดจีน  ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 3% ของเบี้ยประกันภัยรับสุทธิทั้งหมดของบริษัทฯ ทำให้จีนกลายเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ5 ของสวิส รี รองจากสหรัฐอเมริกา อังกฤษ  ออสเตรเลีย และแคนาดา และเป็นตลาดเกิดใหม่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของสวิส รี 

ซีอีโอ สวิส รี กล่าวว่า  สวิส รี ได้เปิดสาขาขึ้นในปักกิ่งในปี 2546 โดยสวิส รี ถือหุ้นทั้งหมด100%  มี “ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและแน่นแฟ้นมาก” ในจีนในฐานะหนึ่งในบริษัทรับประกันภัยต่อที่ใหญ่ที่สุดในจีน โดยได้รับผลกำไรจากการเปิดภาคส่วนการประกันภัยต่อของจีนนับตั้งแต่เปิดสาขาจนถึงปัจจุบัน  โดยจีนเปิดตลาดประกันภัยต่อให้กับบริษัทต่างชาติในช่วงต้นค.ศ.2000 (ช่วงปี พ.ศ.2543)  หลังจากเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก(WTO)  

“มองไปข้างหน้า  ผลิตภัณฑ์คุ้มครองการเสียชีวิต  ซึ่งหมายถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ให้ความคุ้มครองหรือผลประโยชน์ตามความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต จะเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักที่สวิส รี ให้ความสำคัญในการขยายธุรกิจในจีนเมื่อประชากรของจีนมีอายุมากขึ้น”

สำหรับประกันภัยทรัพย์สินและเบ็ดเตล็ด  ทาง สวิส รี ก็มองเห็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจากเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดมากขึ้น   ภาคเกษตรกรรม และการเปลี่ยนแปลงไปสู่”เศรษฐกิจสีเขียว”

สวิส รี เป็นหนึ่งในบริษัทประกันภัยขนาดใหญ่ระดับโลกในภาคธุรกิจประกันภัยต่อและประกันภัยไม่กี่บริษัทที่ต้องการขยายการดำเนินธุรกิจในจีน โดย Mumenthaler  กล่าวว่า  “มีความสนใจที่แข็งแกร่ง”ในการประกันภัยต่อจากบริษัทประกันภัยระดับโลกในจีน

ซีอีโอ สวิส รี  กล่าวเสริมว่า ความก้าวหน้าของจีนในการเปลี่ยนแปลงไปสู่เศรษฐกิจสีเขียวไม่เพียงแต่ทำให้สวิส รี มีโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากสินทรัพย์ต่างๆ จะถูกสร้างใหม่เพิ่มมากขึ้น และจำเป็นต้องมีการประกันภัยและประกันต่อคุ้มครอง  แต่ยังช่วยให้โลกรับมือกับภัยคุกคามร้ายแรงจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ( climate change ) ด้วยวิธีที่ดีกว่าอีกด้วย

“ในการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  ผมคิดว่า จีนมีศักยภาพได้เปรียบในการแข่งขันอย่างแท้จริง เพราะปีที่แล้วจีน (อาจ) ติดตั้งพลังงานสีเขียวมากกว่าส่วนอื่นๆ ของโลก  แนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไป เนื่องจากจีนมีเทคโนโลยีที่จำเป็นและความเด็ดขาดในการเร่งการเปลี่ยนแปลงไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว”

ซีอีโอ สวิส รี กล่าวในตอนท้ายว่า ด้วยตำแหน่งดังกล่าว ทำให้จีนเป็นผู้นำในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สำคัญๆ เช่น เหล็กสีเขียวและอลูมิเนียมสีเขียว ซึ่งมีความต้องการเพิ่มขึ้นทั่วโลก

ก่อนหน้านี้  Joachim Wenning ประธานคณะกรรมการบริหารบริษัท มิวนิก รี  บริษัทรับประกันภัยต่อระดับโลกขนาดใหญ่อีกบริษัท กล่าวกับไชน่า เดลี่  ว่า บริษัทรับประกันภัยต่ออาจขยายสเกลธุรกิจทั่วโลกในจีนเมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง เนื่องจากตลาดจีนมีการเติบโตเร็วกว่าประเทศอื่น

สิ่งนี้ทำให้ประเทศเป็นผู้นำในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ เช่น เหล็กสีเขียวและอลูมิเนียมสีเขียว ซึ่งเป็นที่ต้องการที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!.... เพิ่มเพื่อน