Fitch ชี้กฎใหม่จีน คุมค่าคอมมิสชัน หนุนกำไรค่ายประกัน Non-motor แต่ฉุดการเติบโตบริษัทเล็ก คาดเปลี่ยนโฉมการแข่งขันจาก “ค่าคอมมิสชันนำ”  สู่ “การกำหนดราคาตามความเสี่ยง” ดีเดย์บังคับใช้ 1 พฤศจิกายนนี้

เว็บไซต์ Insurance Asia รายงานข่าวว่า บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์(Fitch Ratings ) ระบุว่า กฎระเบียบใหม่ของจีนที่จะควบคุมอัตราค่าคอมมิสชันเข้มงวดยิ่งขึ้นในตลาดประกันภัยไม่ใช่รถยนต์ (Non-motor )  จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านผลการรับประกันภัย (underwriting performance) ของบริษัทประกันภัยและผลักดันให้บริษัทประกันภัยพัฒนากลยุทธ์การกำหนดราคา (pricing sophistication) และประสิทธิภาพการดำเนินงาน (operational efficiency) ให้ดียิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี  มาตรการใหม่นี้คาดว่า จะส่งผลทำให้การเติบโตของเบี้ยประกันภัยชะลอตัวลงในระยะสั้น โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทขนาดเล็ก ขณะที่ธุรกิจประกันภัย Non-motor ที่มีอัตรากำไรสูงจะมีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นในการผลักดันความสามารถทำกำไรของอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยในระยะยาว

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ธุรกิจประกันภัย Non-motor เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดประกันวินาศภัยจีน โดยมีสัดส่วนเบี้ยประกันภัยรับรวมเพิ่มขึ้นจาก 39% ในปี 2563  เป็น 46% ในปี 2567 และเพิ่มขึ้นเป็น 51% ภายในเดือนสิงหาคม 2568

อย่างไรก็ตาม กำไรจากการรับประกันภัยในฝั่ง Non-motor ยังคงบาง  โดยอัตรารายจ่ายรวม(combined ratio )  สูงกว่าประกันภัยรถยนต์มาโดยตลอด โดยบริษัทบริษัทขนาดใหญ่มีอัตรารายจ่ายรวมอยู่ที่ 99–102% ในปี 2567

ฟิทช์ คาดว่า การแข่งขันในตลาด Non-motor จะเปลี่ยนจากการขายที่ขับเคลื่อนด้วยค่าคอมมิสชัน ไปสู่การกำหนดราคาบนพื้นฐานความเสี่ยง (risk-based pricing) และการรับประกันภัยอย่างมีวินัยมากขึ้น ภายใต้กฎใหม่ที่ออกโดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับดูแลการเงินแห่งชาติจีน (National Financial Regulatory Administration – NFRA)

NFRA ออกประกาศใหม่ในเดือนตุลาคม 2568   กำหนดให้บริษัทประกันภัยต้องเพิ่มการกำกับดูแลค่าคอมมิสชัน มุ่งเน้นผลกำไร และรับรองว่า ข้อมูลที่รายงานต่อ NFRA สอดคล้องกับการปฏิบัติจริง โดยกฎใหม่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568  

ฟิทช์  ระบุว่า บริษัทประกันภัยขนาดใหญ่ที่มีขนาดธุรกิจใหญ่ พอร์ตสินค้าหลากหลาย และระบบการบริหารความเสี่ยงเข้มแข็ง จะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากกฎใหม่นี้ เนื่องจากมีเครือข่ายจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งและใช้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อการประเมินความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ แม้อยู่ภายใต้โครงสร้างค่าคอมมิสชันที่ลดลง

ในทางกลับกัน บริษัทขนาดเล็กที่พึ่งพาคนกลาง (intermediaries) และจ่ายค่าคอมมิสชันสูง จะเผชิญการเติบโตที่ลดลง และอาจสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้แก่บริษัทขนาดใหญ่ที่มีแบรนด์แข็งแกร่งกว่าและมีมาตรฐานการบริหารความเสี่ยงดีกว่า

อย่างไรก็ดี ฟิทช์ ชี้ว่า บริษัทขนาดเล็กบางแห่งอาจยังคงเติบโตได้ หากมุ่งเน้นไปที่กลุ่มตลาดเฉพาะ (niche market) ด้วยการออกแบบผลิตภัณฑ์และราคาที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น

ฟิทช์ ประเมินว่า การควบคุมค่าคอมมิสชันอาจชะลอการเติบโต แต่ยกระดับประสิทธิภาพระยะยาว โดยยกตัวอย่างจากประสบการณ์ในตลาดประกันภัยรถยนต์และประกันชีวิตของจีนในอดีตว่า การควบคุมค่าคอมมิสชันที่เข้มงวดยิ่งขึ้นช่วยให้ผลการรับประกันภัยดีขึ้น แม้จะทำให้การเติบโตของเบี้ยประกันภัยชะลอตัวในระยะสั้นก็ตาม

อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้กฎลักษณะเดียวกันกับประกันภัย Non-motor อาจซับซ้อนกว่า เนื่องจากผลิตภัณฑ์มีความหลากหลายสูง ต้นทุนดำเนินงานไม่ชัดเจน และมีนวัตกรรมเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงคาดว่า ผลลัพธ์ของมาตรการนี้จะขึ้นอยู่กับลักษณะของผลิตภัณฑ์และสภาพแวดล้อมทางกฎระเบียบในแต่ละหมวดธุรกิจ

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....