ประกันชีวิตญี่ปุ่นแห่พึ่งประกันต่อรับมือกฎเงินกองทุนใหม่ J-ICS ดันสัดส่วนประกันต่อแตะ 24% จากแต่ก่อนต่ำ10% ขณะหน่วยงานกำกับ( FSA)ขยับคุมเข้ม ตรวจสอบธุรกรรมรีอินชัวรันส์ข้ามพรมแดนมากขึ้น

เว็บไซต์ AsiaInsuranceReview รายงานข่าวบริษัทประกันชีวิตในญี่ปุ่นหันมาใช้การประกันภัยต่อ (Reinsurance) มากขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยรายงานฉบับใหม่ของ AM Best ระบุว่า อัตราการส่งประกันภัยต่อไปยังบริษัทรับประกันภัยต่อ (Cession Rate) เมื่อเทียบกับเบี้ยประกันภัยรับรวม (Gross Premium Written) ของธุรกิจประกันชีวิต เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 24% ในปี 2023 และ 2024 จากระดับไม่ถึง 10% ในปี 2020

รายงาน หัวข้อ “Japan Life Insurers Increase Use of Reinsurance” ชี้ว่า ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้บริษัทประกันชีวิตญี่ปุ่นเพิ่มการใช้การประกันภัยต่อ  คือการบังคับใช้กรอบการกำกับดูแลความมั่นคงทางการเงินตามมูลค่าทางเศรษฐกิจ (Economic Value-Based Solvency Framework) ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์กำกับเงินกองทุนใหม่ของประเทศ

กฎเกณฑ์ใหม่ดังกล่าว หรือ J-ICS (Japan Insurance Capital Standard) ซึ่งพัฒนาขึ้นให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล Insurance Capital Standard (ICS) เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2569

ภายใต้กฎ J-ICS อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนตามมูลค่าทางเศรษฐกิจ (Economic Value-Based Solvency Ratio) จะมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ มากขึ้น ได้แก่ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย ,ความเสี่ยงจากกรมธรรม์ขาดอายุ  (Lapse Risk),ความไม่สอดคล้องระหว่างสินทรัพย์และหนี้สิน (Asset-Liability Mismatch) และความเสี่ยงด้านอายุยืนและอัตราการเสียชีวิต (Longevity/Mortality Risk)

Cynthia Ang นักวิเคราะห์อาวุโสด้านวิจัยอุตสาหกรรมของ AM Best กล่าวว่า “บริษัทประกันชีวิตญี่ปุ่นเพิ่มการใช้ Asset-Intensive Reinsurance อย่างต่อเนื่อง เพื่อถ่ายโอนความเสี่ยงด้านการลงทุน ความเสี่ยงด้านอายุยืน และความเสี่ยงจากธุรกิจประกันชีวิตระยะยาวและผลิตภัณฑ์บำนาญ ไปยังบริษัทรับประกันภัยต่อ ก่อนที่ J-ICS จะมีผลบังคับใช้”

เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดประกันชีวิตและประกันบำนาญของญี่ปุ่นมีขนาดใหญ่และมีความน่าสนใจ จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับบริษัทรับประกันภัยต่อที่เชี่ยวชาญด้านโซลูชัน Asset-Intensive Reinsurance

พึ่งประกันต่อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

รายงานยังพบว่า ปริมาณการส่งประกันภัยต่อที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ Reinsurance Leverage หรือสัดส่วนการประกันภัยต่อเมื่อเทียบกับเงินกองทุนและส่วนเกิน (Capital & Surplus) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  ในภาพรวมอุตสาหกรรมประกันชีวิต ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า จาก 4.8% ในปี 2020 เป็น 14.8% ณ สิ้นปี 2024 สะท้อนว่าบริษัทประกันชีวิตญี่ปุ่นกำลังพึ่งพาประกันภัยต่อมากขึ้นในการบริหารความเสี่ยง เมื่อเทียบกับฐานเงินกองทุนของตนเอง

ในระดับรายบริษัท AM Best พบว่า Dai-ichi Frontier Life Insurance(ได-อิจิ),Prudential Gibraltar Financial Life Insurance(พรูเด็นเชียล)และ MetLife Insurance K.K.(เม็ทไลฟ์)  มีอัตรา Reinsurance Leverage สูงกว่า 500% ในปี 2024 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูงมากเมื่อเทียบกับบริษัทประกันชีวิตอื่นในตลาด

แนวโน้มส่งประกันต่อยังเพิ่มต่อเนื่อง

แม้ว่าข้อมูลในตลาดประเมินว่า ในปีงบประมาณ 2023-2024 มีเพียงประมาณ 1-2% ของธุรกิจประกันชีวิตรายบุคคลและประกันบำนาญที่ยังมีผลบังคับใช้ (In-force Business) ที่ส่งประกันภัยต่อไปยังบริษัทรับประกันภัยต่อ แต่คาดว่า สัดส่วนดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นในอนาคต เนื่องจากการใช้ Asset-Intensive Reinsurance และ Offshore Reinsurance กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารเงินกองทุนและความเสี่ยงของบริษัทประกันชีวิตญี่ปุ่น

หน่วยงานกำกับคุมเข้มมากขึ้น

ขณะเดียวกัน การขยายตัวของธุรกรรมประกันภัยต่อ  ทำให้หน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินของญี่ปุ่น (FSA) เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลธุรกรรมเหล่านี้มากขึ้นเนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับการเข้ามามีบทบาทของกองทุน Private Equity,ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของสินทรัพย์, ความซับซ้อนของหลักประกันในธุรกรรมข้ามพรมแดน,ความเสี่ยงจากการพึ่งพาประกันภัยต่อนอกประเทศมากเกินไป

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....