“สวิส รี” ชี้ เอเชียเข้าสู่สังคมสูงวัยเร็วกว่าที่คิด!  กระตุ้นประกันปรับตัว”คิดใหม่-ทำใหม่” รับความเสี่ยงเปลี่ยน ช่องว่างคุ้มครองถ่างกว้าง  ย้ำประกันสูงวัยยังไม่ตอบโจทย์ ต้องทำความเข้าใจกลุ่มเอจจิ้งให้ดี จับตา!“Silver Economy มาแรง “ตลาดประกันชีวิต-การดูแลระยะยาว”บูม

เว็บไซต์ Insurance Business America รายงานข่าวว่า บริษัท สวิส รี ผู้รับประกันภัยชั้นนำของโลก เปิดเผยรายงาน” Sigma “ ปี 2567 ที่เพิ่งนำออกเผยแพร่ ว่า ฉากทัศน์ประชากรของเอเชียกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นในอัตราก้าวกระโดด  

ในปี 2543   เอเชียมีประชากรที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปเพียง 6% ของทั้งภูมิภาค แต่คาดว่า ภายในปี 2568  สัดส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นทะลุ 10% และพุ่งแตะเกือบ 20% ภายในปี 2593

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งผลโดยตรงต่อความต้องการด้านการประกัน ทั้งประกันสุขภาพ ,การดูแลระยะยาว, การวางแผนเกษียณ และการจัดการมรดก

โครงสร้างครอบครัว

ความเหลื่อมล้ำทางเพศ..กระทบความเสี่ยง

สวิส รี  ชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของตัวเลขอายุเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโครงสร้างครอบครัวที่เปลี่ยนไป  ภาระการดูแลผู้สูงอายุและความเหลื่อมล้ำทางเพศในกลุ่มผู้สูงวัย ล้วนเป็นปัจจัยที่กำหนดโปรไฟล์ความเสี่ยง (risk profiles)ของประชากรที่เปลี่ยนไป

ที่สำคัญ “ช่องว่างระหว่างอายุขัยกับสุขภาวะที่แข็งแรง” กำลังขยายกว้างขึ้น ทำให้ผู้สูงอายุจำนวนมากมีชีวิตยืนยาวขึ้นแต่ก็เผชิญปัญหาด้านสุขภาพ  ท่ามกลางสถาณการณ์ประชากรสูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้นและสัดส่วนประชากรวัยหนุ่มสาวลดลง ทำให้บริษัทประกันภัยต้องเผชิญกับฉากทัศน์ความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไปและจำเป็นที่จะต้องกำหนดบทบาทของตนในสังคมใหม่

กระตุ้นประกันชีวิตเติบโต

ช่องว่างออมเพื่อเกษียณถ่าง

แนวโน้มการเข้าสู่สังคมสูงวัยของเอเชียกำลังขับเคลื่อนตลาดประกันชีวิตเติบโต  โดยคาดว่า เบี้ยประกันชีวิตทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นจาก 3.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี2567  แตะ 4.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2578 ซึ่งปัจจัยสนับสนุนสำคัญคืออัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและการเปลี่ยนแปลงทางประชากร

อย่างไรก็ดี การเกษียณของประชากรกลุ่ม “เบบี้บูมเมอร์”( baby boomer ) ทำให้เกิดปัญหาช่องว่างการออม เนื่องจากจำนวนเงินที่ประชาชนควรออมเพื่อเกษียณแตกต่างอย่างมากกับเงินที่ออมได้จริง

ประกันสูงวัย ยังไม่ตอบโจทย์

ช่องขายจำกัด/รับประกันซับซ้อน

สวิส รี เผยว่า แม้ความต้องการความคุ้มครองจากระบบประกันภัยจะชัดเจน แต่ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ประกันภัยสำหรับผู้สูงอายุในเอเชียยังไม่ตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุเท่าไหร่นัก  จากข้อมูลช่องว่างความคุ้มครอง( Protection Gap) ของสวิส รี พบว่า เมื่อประชาชนมีอายุมากขึ้น ลำดับความสำคัญของความคุ้มครองด้านประกันภัยจะเปลี่ยนไป แต่อัตราการใช้ประกันภัยจริงยังอยู่ในระดับต่ำ   โดยอุปสรรคสำคัญคือการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ไม่ตรงกับความต้องการของลูกค้า ,ความไม่มั่นใจในระบบประกันภัยของผู้บริโภค ,ความเฉื่อยชาของผู้บริโภคและความท้าทายในการกระจายผลิตภัณฑ์ของบริษัทประกันภัย ทำให้การเข้าถึงประกันภัยยังจำกัดวงอยู่

ยิ่งกว่านั้น กรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทประกันภัยพัฒนาออกมาในปัจจุบันยังคงมุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายคนหนุ่มสาวที่มีสุขภาพแข็งแรงเป็นสำคัญ  ขณะที่ตัวแทน และนายหน้ามักหลีกเลี่ยงที่จะเสนอขายผู้สูงวัยเพราะความซับซ้อนในกระบวนการพิจารณารับประกันภัยของบริษัทประกันภัย

การจัดการความเสี่ยง/นวัตกรรมสินค้า

ความท้าทายเจาะตลาด“เศรษฐกิจสีเงิน”

สวิส รี  ตั้งข้อสังเกตุว่า  การปรับปรุงอายุขัยชะลอตัวลงตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา โดยปัจจัยที่เคยช่วยยืดอายุคนอาจไม่ได้ผลเช่นเดิม ทำให้บริษัทประกันภัยต้องทบทวนวิธีการจัดการความเสี่ยงด้านอายุยืนและกำหนดราคาเบี้ยประกันสำหรับผู้สูงวัยใหม่ให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น

บริษัทประกันภัยในหลายประเทศในเอเชียเริ่มลงทุนทำวิจัยตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ  เช่น ประกันการดูแลระยะยาว (Long-term care:LTC) และบำนาญรายปี (Annuities) เพื่อรองรับตลาด “เศรษฐกิจสีเงิน” (Silver Economy) ของกลุ่มประชากรที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม LTC ที่ยังหาจุดสมดุลระหว่างมูลค่าของผู้บริโภคและความสามารถในการทำกำไรได้ยาก

อย่างไรก็ดี สวิส รี  ให้ความเห็นว่า เพื่อปิดช่องว่างความคุ้มครอง บริษัทประกันภัยต้องเข้าใจความซับซ้อนของกระบวนการสูงวัยให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเน้นความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกัน  ความง่ายในการพิจารณารับประกันและความยั่งยืนของพอร์ตโฟลิโอ  โดยอุตสาหกรรมประกันภัยมีศักยภาพในการตอบโจทย์ความต้องการของผู้สูงวัยได้ แต่ความสำเร็จจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันอย่างจริงจังและนวัตกรรม

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....