“น้ำท่วม-โลกรวน” เขย่าประกันเอเชีย! เคลมพุ่ง–ช่องว่างคุ้มครองกว้างขึ้น บริษัทประกันเตรียมทบทวนความคุ้มครอง  ตัดความเสี่ยงภัยธรรมชาติบางประเภท รัฐไทยขอบริษัท”คงเบี้ย”ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

จาการ์ตา (AsiaNews)  รายงานข่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิต ทะลุ 1,300 ราย ขณะที่มีผู้ต้องอพยพกว่า 1.2 ล้านคนในอินโดนีเซียเพียงประเทศเดียว ท่ามกลางช่องว่างความคุ้มครองประกันภัยที่กว้างขึ้น ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า เหตุการณ์รุนแรงที่เกิดบ่อยขึ้นอาจทำให้โมเดลประกันภัยปัจจุบันไม่สามารถรองรับความเสี่ยงได้อีกต่อไป ขณะที่บริษัทประกันภัยหลายแห่งเตรียมทบทวนหรือยกเว้นความคุ้มครองภัยธรรมชาติบางประเภท เนื่องจากความสูญเสียส่วนใหญ่ในประเทศกำลังพัฒนายังคง “ไม่ได้รับประกันภัย”

ภัยพิบัติเผยจุดอ่อนโมเดลประกันเอเชีย

AsiaNews ระบุว่า  น้ำท่วมรุนแรงที่คร่าชีวิตประชาชนกว่า1,000 คนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนในการออกแบบโมเดลประกันภัยรูปแบบใหม่

ศูนย์การศึกษาด้านเศรษฐกิจและกฎหมายของอินโดนีเซีย (Center for Economic and Law Studies (CELIOS ) ประเมินว่า ความเสียหายทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียเพียงประเทศเดียวอาจสูงถึง 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่บริษัทลงทุนเอกชนของประเทศไทย ประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจในประเทศไทยจากเหตุการณ์น้ำท่วมในภาคใต้อยู่ที่ 360–740 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เฉพาะในหาดใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจได้รับความเสียหายประมาณ 16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งต่อเนื่อง สูญหายอีกเพียบ

ยอดผู้เสียชีวิตในอินโดนีเซีย ไทย และศรีลังกา รวมกันพุ่งทะลุกว่า 1,300 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกหลายร้อยคนที่เจ้าหน้าที่กำลังค้นหาอย่างต่อเนื่อง

เฉพาะบนเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย ทางการปรับตัวเลขผู้เสียชีวิตเป็น 712 ราย และผู้สูญหายกว่า 500 คน ขณะที่มีประชาชนกว่า 1.2 ล้านคนต้องอพยพ ส่วนศรีลังการายงานผู้เสียชีวิต 465 ราย และไทย รายงานผู้เสียชีวิต 176 ราย

เคลมพุ่ง สะเทือนความมั่นคงประกันภัย

ขนาด(Scale) ของเหตุการณ์ทำให้ทั่วทั้งภูมิภาคเริ่มกังวลว่า ผลกระทบนี้จะกดดันผลประกอบการบริษัทประกันภัยอย่างหนัก ในอนาคตบริษัทประกันภัยอาจต้องทบทวนหรือ “ตัดความคุ้มครอง” บางความเสี่ยงทางธรรมชาติออกจากกรมธรรม์

Kenrick Law ประธานสมาคมผู้รับประกันภัยต่อสิงคโปร์ (Singapore Reinsurers’ Association) กล่าวกับ Nikkei Asia ว่า “เมื่อยอดเคลมทั้งหมดถูกส่งเข้ามา เราจะเห็นช่องว่างความคุ้มครองที่แท้จริง หลายคนไม่สามารถยื่นเคลมได้เพราะไม่มีประกันภัยตั้งแต่ต้น”

อินโดนีเซียชี้ภัยรุนแรง

“ขับเคลื่อนความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง”

ธนาคารโลกเคยประเมินว่า กว่า 90% ของความสูญเสียจากภัยธรรมชาติในประเทศกำลังพัฒนา ‘ไม่ได้รับความคุ้มครอง’ คิดเป็นช่องว่างความคุ้มครองมูลค่าราว 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

Budi Herawan นายกสมาคมประกันวินาศภัยอินโดนีเซีย (AAUI) กล่าวว่า  จากนี้ควรมองเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วว่าเป็น “ปัจจัยเสี่ยงเชิงโครงสร้าง”

“โดยนโยบายประกันภัย ควรสะท้อนการแบ่งกลุ่มความเสี่ยงที่ละเอียดขึ้น ข้อกำหนดด้านความพร้อมรับมือภัยพิบัติสำหรับผู้เอาประกัน ความร่วมมือกับภาครัฐด้านการลดความเสี่ยงและการเงินรองรับภัยพิบัติ”

อินโดนีเซียได้รับผลกระทบรุนแรง โดยหน่วยจัดการภัยพิบัติรายงานว่า บ้านเรือนเสียหายในเมืองอาเจะห์ 2,400 หลัง

น้ำท่วมในกาบัง ปาดัง ปาเรียมัน (สุมาตราตะวันตก) 3,000 หลัง ถูกกระทบในสุมาตราเหนือเกือบ 2,000 หลัง และมีความเสี่ยงเสียหายในเขตเคบุเมน ชวากลาง 2,200 หลัง

ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต กล่าวว่า  เหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงจะเกิดถี่ขึ้น โดยสั่งให้กระทรวงการคลังจัดการช่องว่างด้านความคุ้มครองภัยพิบัติเป็นกรณีเร่งด่วน

รัฐบาลได้เริ่มโครงการ “ประกันทรัพย์สินภาครัฐ” พร้อมขอให้บริษัทประกันภัยเปิดโอกาสให้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถร่วมทำประกันภัยภัยธรรมชาติได้

Suahasil Nazara รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ภายในปี 2568  สินทรัพย์ของรัฐในหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนสถานศึกษา-สาธารณสุข จะต้องได้รับความคุ้มครอง โดยสินทรัพย์ดังกล่าวมีมูลค่ารวมราว 250 ล้านล้านรูเปียห์ (ประมาณ 15.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ไทยขอคงเบี้ยประกันช่วยผู้ประสบภัย

เวียดนามรับเคลมพุ่งหลายเท่าตัว

รัฐบาลไทยได้ขอให้บริษัทประกันภัย “ตรึงเบี้ย” เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมภาคใต้ โดยสำนักงาน คปภ. รายงานว่า ขณะนี้มีอย่างน้อย 500 เคลม ถูกยื่นเข้ามาแล้ว

บริษัท PVI Insurance หนึ่งในบริษัทประกันภัยรายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม เปิดเผยกับ Nikkei Asia ว่า ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน บริษัทได้รับเคลมประกันภัยรถยนต์  830 เคลมแล้ว

Pham Anh Duc กรรมการผู้จัดการของ PVI กล่าวว่า “จำนวนและขนาดของความเสียหายเพิ่มขึ้นอย่างมาก และรุนแรงกว่าปกติหลายเท่า บริษัทประกันภัยในเวียดนามจะเริ่มทบทวนและประเมินความเสี่ยงใหม่ โดยอาจปรับเงื่อนไขกรมธรรม์ในพื้นที่เสี่ยงพายุและน้ำท่วม”

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....