GlobalData ประเมินแนวโน้มตลาดประกันเกาหลีใต้ระยะ5 ปีข้างหน้า  คาดเติบโต3.4% เบี้ยแตะ1.9 แสนล้านเหรียญ ชี้ปีนี้โต 2.2% เผยปัจจัยขับเคลื่อนหลัก การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ตัวแปรสำคัญกลุ่มสูงวัย  บวกการใช้มาตรฐานใหม่ทั้ง  IFRS 17  และ K-ICS    

                เว็บไซต์  Insurance Asia  รายงานข่าวว่า   GlobalData คาดการณ์แนวโน้มอุตสาหกรรมประกันภัยของเกาหลีใต้ในช่วงปี 2568 ถึง 2572 หรือ 5 ปีข้างหน้านี้  จะเติบโตที่อัตราการเติบโตแบบทบต้นต่อปี  (CAGR) ที่ 3.4%   โดยเบี้ยประกันภัยเพิ่มขึ้นจาก 167,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี2568  เป็น 191,200 ล้านดอลลาร์ในปี 2572

                การเติบโตมีแรงขับเคลื่อนจากการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากรและการนำมาตรฐานทางการเงินใหม่ๆ มาใช้  อาทิ มาตรฐานการรายงานทางการเงิน  IFRS 17 (มาตรฐานบัญชี) และ K-ICS เป็นต้น

                Swarup Kumar Sahoo นักวิเคราะห์ประกันภัยอาวุโส GlobalData กล่าวว่า การนำ IFRS 17 และ K-ICS มาใช้จะช่วยเพิ่มมาตรฐานความมั่นคงทางการเงิน เพิ่มความโปร่งใส และผลักดันบริษัทประกันภัยกระจายผลิตภัณฑ์ประกันภัยได้หลากหลายมากขึ้น

            เขากล่าวอีกว่า แนวโน้มทางโครงสร้างประชากร เช่น ประชากรสูงอายุและอัตราการเจริญพันธุ์ที่ลดลง มีอิทธิพลต่อความต้องการผลิตภัณฑ์ประกันภัยของผู้บริโภค  โดยคาดว่าในปี 2568  อุตสาหกรรมประกันภัยจะเติบโต 2.2%   โดยประกันชีวิต คิดเป็น 84% ของเบี้ยประกันภัยรับตรง (DWP) และประกันวินาศภัย คิดเป็น 16%

                GlobalData คาดว่า ในปี 2568   ภาคประกันชีวิต จะเติบโต  1.8%  โดยมีแรงหนุนจากกลุ่มประชากรสูงอายุ

                สำนักงานสถิติเกาหลีใต้ คาดการณ์ว่า ในปี 2573 อายุเฉลี่ยของคนเกาหลีจะเพิ่มขึ้นเป็น 48.5 ปีและ 52.6 ปีในปี 2583  ในขณะที่อายุขัย คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 87.2 ปีในปี 2583

                การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากรเหล่านี้จะผลักดันความต้องการการวางแผนทางการเงินระยะยาวและผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ออกแบบมาสำหรับผู้บริโภคสูงอายุ    

                การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบภายใต้ IFRS 17 และ K-ICS ยังทำให้บริษัทประกันภัยมุ่งเน้นไปที่การดำเนินธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำ,กรมธรรม์ประกันภัยระยะยาว เช่น กรมธรรม์ประเภทคุ้มครองและประกันสุขภาพ เป็นต้น

                Sahoo กล่าวว่า “ความโปร่งใสและการเปรียบเทียบงบการเงินภายใต้ IFRS 17 ยังส่งเสริมบริษัทประกันภัยสร้างผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (customer-centric products) มากขึ้น ซึ่งกระตุ้นความต้องการและการเติบโตในภาคประกันชีวิตเพิ่มขึ้นต่อไป”

                เขากล่าวเสริมว่า ภาคประกันชีวิตจะเติบโตที่อัตราการเติบโตแบบทบต้นต่อปี  (CAGR)ที่ 3.1% ตั้งแต่ปี 2568 ถึงปี 2572

                สำหรับธุรกิจประกันวินาศภัย  การเติบโตจะมาจากความต้องการความคุ้มครองไฟไหม้และภัยธรรมชาติที่เพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา มีการรายงานอุบัติเหตุไฟไหม้เกิดขึ้นมากกว่า 30,000 ครั้ง  ทำให้ความต้องการประกันอัคคีภัยและภัยธรรมชาติเพิ่มขึ้น ขณะที่การขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จไฟฟ้าของรถยนต์ไฟฟ้า(EV) ทำให้เกิดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับไฟไหม้ใหม่ๆ อีกด้วย

                นอกจากนี้ ความต้องการประกันภัยความรับผิด(liability insurance )จะเพิ่มขึ้นเนื่องจากการพัฒนาด้านกฎระเบียบและข้อบังคับใหม่ๆในเรื่องความคุ้มครองบุคคลทั่วไปและองค์กรธุรกิจ   โดยคาดว่า ในช่วงปี 2569-2572  ธุรกิจประกันวินาศภัยจะเติบโตที่อัตราการเติบโตแบบทบต้นต่อปี 5.1%

                Sahoo กล่าวว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมประกันภัยจะถูกกำหนดโดยการปฏิรูปกฎระเบียบ การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากร และความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยบริษัทประกันภัยจะมุ่งเน้นไปที่การจัดการความเสียหายหรือความสูญเสียที่เพิ่มขึ้นจากไฟไหม้และภัยธรรมชาติ ขณะเดียวกันก็นำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางมากขึ้นในระยะ 5 ปีข้างหน้านี้

 

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....