“เอออน” ชี้ภาวะตลาดประกันโลก ต้นปี 2569 ผู้ซื้อประกันยังได้เปรียบจากทุนประกันล้นและการแข่งขันสูง แต่ความขัดแย้งตะวันออกกลาง ความเสี่ยงซัพพลายเชน และเงินเฟ้อค่าสินไหม กำลังกดดันการรับประกันทั่วโลก พร้อมเตือนองค์กรเร่งทบทวนความคุ้มครองก่อนตลาดเปลี่ยนทิศ

เว็บไซต์  AsiaInsuranceReview  รายงานข่าวตลาดประกันภัยโลกส่งสัญญาณ “ช่วงเวลาทอง” ของผู้ซื้อ ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และกฎหมายที่เร่งตัว

รายงาน “Q1 2026 Global Insurance Market Insights” ของเอออน( Aon) ระบุว่า ตลาดประกันภัยเชิงพาณิชย์ (Commercial Insurance )ทั่วโลกเข้าสู่ปี 2569 ด้วยภาวะที่เอื้อต่อผู้ซื้อประกันภัยอย่างหาได้ยาก ทั้งในด้านความสามารถในการรับประกันภัย (Capacity) ที่ยังอยู่ในระดับสูง เงื่อนไขการรับประกันที่ยืดหยุ่นมากขึ้น และการแข่งขันด้านราคาที่เข้มข้นในหลายสายธุรกิจหลัก

อย่างไรก็ตาม ภาวะเชิงบวกดังกล่าวกำลังเผชิญแรงกดดันจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์, ความไม่แน่นอนทางกฎหมาย และแรงกดดันด้านค่าสินไหมทดแทน  ที่อาจทำให้ทางเลือกขององค์กรต่าง ๆ แคบลงอย่างรวดเร็ว หากชะลอการบริหารความเสี่ยงหรือปรับโครงสร้างประกันภัยไม่ทันเวลา

ผลกำไรที่แข็งแกร่งของบริษัทประกันภัยทั่วโลก รวมถึงการต่ออายุสัญญาประกันภัยต่อ (Reinsurance Renewals) ที่เป็นไปอย่างราบรื่น เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดยังแข่งขันสูง และช่วยให้องค์กรจำนวนมากสามารถซื้อความคุ้มครองได้ในวงเงินที่สูงขึ้น ได้เงื่อนไขครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงสามารถปรับปรุงโครงสร้างโปรแกรมประกันภัยได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ดี  เอออน ระบุว่า ผลลัพธ์ของผู้ซื้อประกันภัยในปีนี้จะ “แตกต่างกันมากขึ้น” โดยราคาเบี้ยประกัน ,ความสามารถในการรับประกันภัยและเงื่อนไขกรมธรรม์ จะขึ้นอยู่กับคุณภาพความเสี่ยง, พื้นที่ดำเนินธุรกิจ, อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงศักยภาพในการรับมือวิกฤติของแต่ละองค์กร

เตือน! “สงคราม-คว่ำบาตร”

กำลังทดสอบตลาดประกันทั่วโลก

Joe Peiser ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(CEO) ฝ่าย Risk Capital ของเอออน กล่าวว่า ความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น กำลังสะท้อนให้เห็นว่า สมมติฐานเกี่ยวกับความคุ้มครองประกันภัย ,ความสามารถในการรับประกันภัยและการปกป้องฐานะการเงินขององค์กร สามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วเพียงใด

“ความขัดแย้ง, การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน และความเสี่ยงจากมาตรการคว่ำบาตร กำลังสร้างแรงกดดันต่อทั้งถ้อยคำในกรมธรรม์, ขีดความสามารถในการรับประกันภัย และข้อสมมติฐานเกี่ยวกับการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนไปพร้อมๆกัน  โดยองค์กรที่เร่งทดสอบความแข็งแกร่งของโปรแกรมประกันภัยตั้งแต่ตอนนี้ จะมีทางเลือกมากกว่าองค์กรที่ต้องรอแก้ปัญหาเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว”

สงครามตะวันออกกลาง

กดดันประกันหลายแขนงพร้อมกัน

รายงานยังระบุว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยกระดับขึ้น กำลังกดดันความต้องการรับประกันภัย (Underwriting Appetite) ,ความสามารถในการรับประกันภัย,ราคาเบี้ยประกันในแขนงธุรกิจประกันหลายสายพร้อมกัน ขณะเดียวกัน ยังกระตุ้นการเกิดเคลมและการแจ้งเหตุล่วงหน้า (Precautionary Notifications)ในสายธุรกิจต่างๆ อาทิ ประกันภัยทางทะเล, ประกันภัยการบิน,ประกันภัยทรัพย์สิน,ประกันภัยไซเบอร์,ประกันภัยความเสี่ยงภัยทางการเมือง ,ประกันภัยสินเชื่อทางการค้า เป็นต้น

โดยเฉพาะการหยุดชะงักของเส้นทางการค้าสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ( Strait of Hormuz )ที่เพิ่มความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน, ผลักดันความผันผวนของราคาพลังงาน และนำไปสู่ทั้งการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนและการแจ้งความเสี่ยงล่วงหน้าในหลายภาคธุรกิจ

ประกันทางทะเลอ่วม!

เจอแรงกดดันหนักสุด

เอออน ชี้ว่า ประกันภัยทางทะเลถือเป็นหนึ่งในกลุ่มที่อ่อนไหวต่อสถานการณ์มากที่สุด โดยผู้รับประกันภัยกำลังกลับมาประเมินใหม่ว่า จะกำหนดราคาและบริหารความเสี่ยงสงครามอย่างไร

Phil Smaje  หัวหน้าประกันภัยเฉพาะทาง  การขนส่งและโลจิสติกส์ระดับโลกของเอออน  กล่าวว่า สถาณการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ได้เพิ่มระดับความเสี่ยงบนเส้นทางเดินเรือสำคัญ และทำให้ผู้รับประกันภัยสงครามทางทะเลต้องปรับแนวทางการรับประกันใหม่

“ในบางกรณี ลูกค้าเริ่มตั้งคำถามถึงความต่อเนื่องของความคุ้มครองและระดับราคา  อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดประกันภัยทางทะเลยังถือว่าราคาเบี้ยประกันยังอ่อนตัว(soft market)ด้วยความสามารถในการรับประกันที่มีเยอะและยังได้รับการสนับสนุนจากตลาดลอนดอน( London Market )อย่างต่อเนื่อง”

ประกันทั่วโลกเริ่มเข้มเงื่อนไข

จำกัดความเสี่ยงเร็วขึ้น

อย่างไรก็ดี เอออน ระบุเพิ่มเติมว่า บริษัทประกันภัยทั่วโลกกำลังเร่งปรับราคาเบี้ยประกัน, เพิ่มความเข้มงวดของถ้อยคำในกรมธรรม์ และปรับลดหรือคัดเลือก Capacity อย่างรวดเร็ว แม้บางกรณียังไม่เกิดผลกระทบเชิงปฏิบัติการหรือการเงินอย่างชัดเจนก็ตาม

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้องค์กรต่าง ๆ ต้องให้ความสำคัญกับการทำแผนที่ความเสี่ยง (Risk Mapping)

การทดสอบความเพียงพอของความคุ้มครอง (Coverage Stress Testing) ,การทบทวนสัญญาและเงื่อนไขกรมธรรม์

ตลอดจนการเจรจากับบริษัทประกันภัยล่วงหน้า ก่อนเงื่อนไขตลาดจะเปลี่ยนไปมากกว่านี้

คดีความ-เงินเฟ้อค่าสินไหม

ยังเป็นแรงกดดันใหญ่ของตลาด

นอกจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์แล้ว รายงานยังชี้ว่า ตลาดประกันภัยทั่วโลกยังเผชิญแรงกดดันจากคดีความและเงินเฟ้อค่าสินไหมทดแทน โดยเฉพาะในสหรัฐฯ แม้บางรัฐเริ่มมีสัญญาณปฏิรูปกฎหมายด้านความรับผิด (Tort Reform) แต่ปัญหาคำตัดสินค่าเสียหายมูลค่าสูงผิดปกติ (Nuclear Verdicts), ต้นทุนการต่อสู้คดีที่เพิ่มขึ้น และภาวะ Social Inflation ยังคงกดดันประกันภัยความรับผิดและประกันเบ็ดเตล็ดทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน “คุณภาพการจัดการเคลม” กำลังกลายเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อประกันภัย โดยองค์กรต่าง ๆ ไม่ได้พิจารณาเฉพาะราคาและความคุ้มครองอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญกับศักยภาพในการบริหารสินไหมทดแทน ,ความรวดเร็วในการตอบสนอง และความเชี่ยวชาญของบริษัทประกันภัยมากขึ้นเช่นกัน

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....