“PhilHealth” กองทุนสุขภาพฟิลิปปินส์ เสี่ยงเงินรั่ว ระบบป้องกันทุจริตยังอ่อนแอ งานวิจัยรัฐชี้ กลไกตรวจจับล้าหลัง พึ่งพาระบบแมนนวล ขาดการป้องกันเชิงรุก เสี่ยงเงินกองทุนสุขภาพสูญหลายพันล้านเปโซ กระทบเสถียรภาพการเงินและคุณภาพบริการสุขภาพประชาชน
เว็บไซต์ AsiaInsuranceReview รายงานข่าวว่า Philippine Health Insurance Corporation (PhilHealth) องค์กรประกันสุขภาพภาครัฐของฟิลิปปินส์ กำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังผลศึกษาของ Philippine Institute for Development Studies (PIDS) ระบุว่า PhilHealth มีมาตรการป้องกันการทุจริต (anti-fraud safeguards) ที่อ่อนแอ และอาจทำให้เงินกองทุนสาธารณะมูลค่าหลายพันล้านเปโซตกอยู่ในความเสี่ยง(1เปโซประมาณ 0.53บาท)
รายงานการศึกษาดังกล่าวอยู่ในเอกสารอภิปราย ชื่อ “Winning the Game: Strengthening PhilHealth’s Provider Fraud Control Mechanisms towards Improved Service Delivery and Financial Risk Protection for Filipinos (ชัยชนะในเกม: เสริมสร้างกลไกการควบคุมการฉ้อโกงของ PhilHealth เพื่อการให้บริการที่ดีขึ้นและคุ้มครองความเสี่ยงทางการเงินสำหรับชาวฟิลิปปินส์) ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 (2025) โดยชี้ให้เห็นช่องโหว่สำคัญในการกำกับดูแลของ PhilHealth ไม่ว่าจะเป็นการนิยามคำว่า “การทุจริต” ที่แคบเกินไป และการพึ่งพาระบบตรวจจับแบบแมนนวลและแยกส่วน ซึ่งไม่เชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นระบบ
PIDS ระบุว่า ความอ่อนแอของกลไกเหล่านี้ อาจส่งผลให้เงินงบประมาณของภาครัฐจำนวนมากถูกใช้ไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพหรือรั่วไหลไปจากวัตถุประสงค์หลักของระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยการทุจริตในระบบประกันสุขภาพสังคม ไม่เพียงทำให้รัฐสูญเสียทรัพยากร แต่ยังเบี่ยงเบนเงินที่ควรนำไปใช้ดูแลผู้ป่วยและอุดหนุนประชาชนกลุ่มยากจนด้วย
การศึกษานี้ เป็นการประเมินเชิงกระบวนการ (process evaluation) ของกลไกควบคุมการทุจริตของ PhilHealth เพื่อระบุช่องว่างและอุปสรรคในการป้องกัน (prevention) ,ตรวจจับ (detection) และยับยั้ง (deterrence)การทุจริต พร้อมกับนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายที่อิงหลักฐานจริง เพื่อเสริมความเข้มแข็งของระบบ โดยเฉพาะในช่วงที่ PhilHealth กำลังเปลี่ยนผ่านระบบการจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลไปสู่ระบบงบประมาณเหมาจ่ายล่วงหน้า (Global Budget: GB) บนฐานกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยโรค (Diagnosis-Related Groups: DRGs)
ผลการศึกษาพบว่า กลไกควบคุมการทุจริตในปัจจุบันของ PhilHealth ยังไม่สามารถตรวจจับพฤติกรรมทุจริตได้ครบถ้วน โดยเฉพาะรูปแบบการ “เล่นเกมระบบ” (gaming) ที่มักเกิดขึ้นในระบบ DRG-GB นอกจากนี้ PhilHealth ยังขาดยุทธศาสตร์การควบคุมการทุจริตแบบองค์รวม ที่ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกัน การตรวจจับไปจนถึงการลงโทษ ส่งผลให้การทำงานเน้นไปที่การตรวจจับเชิงรับ (reactive) หลังจากให้บริการหรือมีการยื่นเคลมแล้วเป็นหลัก
แทนที่จะติดตามและเฝ้าระวังผู้ให้บริการทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง PhilHealth กลับพึ่งพาระบบอนุมัติล่วงหน้า (pre-authorization) เป็นเครื่องมือหลัก ซึ่งเน้นการควบคุมค่าใช้จ่ายมากกว่าการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการให้บริการที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ
ปัญหาดังกล่าวยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากข้อจำกัดด้านบุคลากรและเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้ PhilHealth ไม่สามารถติดตาม วิเคราะห์ และใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้อย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้กิจกรรมควบคุมการทุจริตของ PhilHealth ในปัจจุบัน ประเมินระดับการทุจริตในระบบประกันสุขภาพของประเทศต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมาก
ในระยะต่อไป PIDS เสนอว่า PhilHealth จำเป็นต้องพัฒนากรอบการควบคุมการทุจริตใหม่ ที่สามารถรับมือกับรูปแบบการแสวงหาประโยชน์ในทุกช่วงของกระบวนการดูแลรักษา พร้อมเชื่อมโยงการติดตามผลการดำเนินงานของผู้ให้บริการเข้ากับแรงจูงใจด้านการจ่ายเงิน รวมถึงเพิ่มการลงทุนด้านบุคลากรและเทคโนโลยี
ข้อค้นพบและข้อเสนอแนะเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในช่วงที่ฟิลิปปินส์กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ DRG-GB ซึ่งถือเป็นโอกาสในการใช้กลไกจ่ายตามผลงาน (pay-for-performance) เพื่อยกระดับคุณภาพบริการ การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบควบคุมการทุจริตของ PhilHealth จึงเป็นก้าวสำคัญในการทำให้พันธกิจขององค์กรเพื่อรับประกันถึงบริการสุขภาพที่ “เข้าถึงได้ มีคุณภาพ และเป็นธรรม” สำหรับประชาชนฟิลิปปินส์เกิดขึ้นได้จริง
เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....
ทีมงาน INN WHY? รายการเพื่อผู้บริโภค ร่วมปฏิวัติความคิด ปรับเปลี่ยนชีวิต ก้าวสู่ความมั่นคง หลังเกษียณ
ติดตามเราได้ที่ไลน์แอด @INNWHY.TV หรือ Facebook.com/INNWHY.TV และ Youtube.com/c/innwhy
Contact us : INNWHY31@gmail.com

