ในยุคที่ความเสี่ยงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ ภาคธุรกิจประกันภัยกำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ ทั้งจากรูปแบบการฉ้อฉลที่ซับซ้อนขึ้น และพลังของโซเชียลมีเดียที่สามารถส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรได้เพียงชั่วข้ามคืน สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดย “คุณอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์” รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ ได้นำทีมเร่งปรับทิศทางการทำงานเพื่อก้าวให้ทันการเปลี่ยนแปลง โดยเน้นการทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิดและใช้ระบบอัจฉริยะเข้ามาช่วยในการกำกับดูแล
ยกระดับการตรวจจับการฉ้อฉล (Fraud Detection) ด้วยระบบอัจฉริยะ
หนึ่งในภารกิจสำคัญที่สายกฎหมายผลักดันมาอย่างต่อเนื่องคือการตรวจสอบและป้องกันการฉ้อฉลประกันภัย จากสถิติพบว่า ประกันภัยรถยนต์ ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ เป็นกลุ่มที่มีการฉ้อฉลสูงที่สุด ปัจจุบัน คปภ. ได้พัฒนาระบบการตรวจจับ (Detection) ให้ก้าวข้ามปัจจัยเดิม ๆ โดยนำเทคโนโลยี AI เข้ามาวิเคราะห์พฤติกรรมเสี่ยง เนื่องจากรูปแบบการฉ้อฉลมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ที่ผ่านมา คปภ. ประสบความสำเร็จในการดำเนินคดีสำคัญหลายกรณี
- คดีปลอมใบรับรองแพทย์โควิด-19: ดำเนินคดีกว่า 20 คดี ซึ่งศาลมีคำพิพากษาจำคุกทั้งหมด
- คดีฉ้อฉลประกันภัยรถจักรยานยนต์ Big Bike: จำนวน 12 คดี ศาลพิพากษาจำคุกโดยไม่รอลงอาญาทุกราย
- คดีจัดฉากฆาตกรรมหวังเงินประกันที่จังหวัดสกลนคร: กรณี พ.ร.บ. 14 ล้านบาท ซึ่งศาลลงโทษจำคุกตลอดชีวิต 4 ราย และประหารชีวิต 1 ราย
การดำเนินการที่เข้มงวดนี้มีเป้าหมายเพื่อสื่อให้สังคมเห็นว่า การฉ้อฉลไม่เพียงแต่ทำร้ายธุรกิจ แต่ยังส่งผลกระทบต่อผู้เอาประกันภัยที่สุจริตซึ่งต้องแบกรับต้นทุนเบี้ยประกันที่สูงขึ้น และที่ร้ายแรงที่สุดคือการทำร้ายผู้บริสุทธิ์เพื่อหวังเงินประกัน
ยึดถือ Consumer Protection และ Market Conduct เป็นหัวใจสำคัญ
คปภ. มุ่งเน้นการดูแล Market Conduct หรือหลักการปฏิบัติทางการตลาดอย่างเป็นธรรมมาอย่างยาวนาน โดยมีการปรับปรุงระเบียบที่เกี่ยวข้องกับ หน่วยงานรับเรื่องร้องเรียน (Complaint Unit) ของบริษัทประกันภัยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในอนาคตอันใกล้ คปภ. จะนำระบบติดตามผลที่เชื่อมโยงกับ SLA (Service Level Agreement) ของแต่ละบริษัทมาใช้ เพื่อตรวจสอบว่ากระบวนการจัดการเรื่องร้องเรียนเป็นไปตามกรอบเวลาที่บริษัทกำหนดไว้หรือไม่ หากพบความล่าช้าหรือข้อผิดพลาด คปภ. จะมีระบบ Feedback กลับไปยังผู้บริหารบริษัททันทีเพื่อเร่งแก้ไขปัญหา ทั้งนี้เพื่อป้องกันผลกระทบจากโซเชียลมีเดีย ซึ่งความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจทำลายความเชื่อมั่นที่สร้างมาหลายปีได้ในพริบตา
การกำกับดูแลเชิงรุกและการบริหารความเสี่ยงอุบัติใหม่
ในด้านความมั่นคงทางการเงิน คปภ. จะไม่รอจนถึงวันที่บริษัทประสบปัญหาจนไม่สามารถเยียวยาได้ แต่จะใช้ระบบการเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) และมีการสื่อสารสถานะของบริษัทผ่านการวิเคราะห์ร่วมกันของสายวิเคราะห์และสายตรวจสอบ นอกจากนี้ยังมีการนำปัจจัยความเสี่ยงใหม่ ๆ เข้ามาทดสอบความแข็งแกร่ง (Stress Test) ของบริษัท เช่น:
- การบริหารความเสี่ยงขนาดใหญ่และอุบัติใหม่ (Emerging Risk): ถอดบทเรียนจากอุทกภัยปี 2554 เพื่อจัดทำโมเดลรองรับความเสี่ยงภัยพิบัติในอนาคตร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน
- กรอบการตรวจสอบใหม่: เช่น Risk Assessment Frameworks, SAQ, RCM และ Composite Risk Rating (CRR) เพื่อสร้างความโปร่งใสและมั่นใจให้กับผู้ลงทุนและผู้เอาประกันภัย
ก้าวต่อไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
ทิศทางใหม่ของ คปภ. คือการเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นเพียงผู้ควบคุมกฎ มาเป็นผู้ส่งเสริมและทำงานเคียงคู่ไปกับธุรกิจ การขยายกรอบการลงทุนของบริษัทประกันภัยควบคู่ไปกับการกำกับดูแลที่เข้มข้นจะช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง โดย คปภ. ยืนยันว่าจะยกระดับการใช้กฎหมายและการตรวจสอบให้มีความเข้มข้นและมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้ธุรกิจประกันภัยเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง
เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....
ทีมงาน INN WHY? รายการเพื่อผู้บริโภค ร่วมปฏิวัติความคิด ปรับเปลี่ยนชีวิต ก้าวสู่ความมั่นคง หลังเกษียณ
ติดตามเราได้ที่ไลน์แอด @INNWHY.TV หรือ Facebook.com/INNWHY.TV และ Youtube.com/c/innwhy
Contact us : INNWHY31@gmail.com

