@@…กราบสวัสดีคร้าบ…มิตรรักแฟนคลับขาประจำสื่อ INNWhy กับคอลัมน์ก็อสซิปคนแวดวงการประกันภัย SPY MAN รอบวันจันทร์นี้วนกลับมาพบกันตรงกับวันที่ 11 สิงหาคม 2568 พร้อมความเคลื่อนไหวหลากหลายแง่มุมที่ยังมีให้ติดตามกันต่อเนื่องจากวันเวลาที่ผ่านมานะคร้าบ…โดยเฉพาะเรื่องการความความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยไทยในสถานการณ์ความสงบตามแนวชายไทย-กัมพูชา ช่วงเวลาที่ผ่านว่ายังไม่เข้าข่ายเป็น “สงคราม (WAR)”…@@

                @@…มาถึงตรงนี้กันแล้ว!! เราคงต้องหันหน้ามาทำความเข้าใจกันหละคร้าบว่า…ความเสียหายทั้ง “ชีวิต” และ “ทรัพย์สิน” ตลอดจนการ “บาดเจ็บ” ที่ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลของ “ประชาชน” คนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ระหว่างนี้…จะอยู่ภายใต้เงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยทั้ง “ประกันชีวิต” และ “ประกันวินาศภัย” กันอย่างไรในเมื่อทาง “สำนักงาน คปภ.” ออกมาประกาศแล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้น “ยังไม่ใช่” สถานการณ์สงคราม!!…@@

                @@…ตามความเข้าใจของประชาชนทั่วไป…อาจจะคิดได้ว่า สิ่งที่เห็น สิ่งที่เจอ ช่วงนี้มันเป็น “สงคราม (WAR)” แล้วนะท่าน!!…แต่พอมาฟังคำอธิบายของ “รองฯ อดิศร พิพัฒน์วรพงศ์” รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ สำนักงาน คปภ.ที่ออกมาเมื่อวันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม 2568 ช่วงวันหยุดยาวนี้…ก็ต้องบอกว่า “ลึก!!” และ “ละเอียดอ่อน” เป็นอย่างมาก…และเอาเป็นว่าสถานการณ์ดังกล่าวยังไม่มี “ใคร” ออกมา “จำกัดความ” ว่าเป็นสงครามนะคร้าบ…@@

                @@…เมื่อมันยังไม่ใช่มันยังเป็น “สงคราม (WAR)” ตอนนี้!! การจ่ายสินไหมก็เป็นไปตามสถานการณ์ปกติ…ใช่หรือไม่!!…คือ “ไม่มีข้อยกเว้นการจ่ายสินไหมกรณีเกิดภัยสงคราม” ฉะนั้นการได้รับค่าสินไหมใดๆ ของผู้เอาประกันฯ จากบริษัทประกันฯ ก็ยังคงเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์นั้นๆ ใครเข้าป่าไปทำมาหากินแล้วเกิดไปเหยียบกับระเบิด “บาดเจ็บ” หรือ “เสียชีวิต” ขึ้นมา…ตอนนี้จะเข้าข่ายว่าอะไรดีหล่ะน่านะ…!! @@

                @@…เมื่อแนวเป็นเช่นนี้!!…การตีความในเงื่อนไขความคุ้มครองของแต่ละกรมธรรม์จึง “สำคัญ” เป็นอย่างมากที่สุด…แล้วก็มีการพูดถึง “ค่าสินไหมทดแทนกรุณา” ที่บริษัทประกันภัยสามารถเยียวยาช่วยเหลือ “ผู้เอาประกันฯ” ได้และโดยสรุป ณ ตอนนี้ก็คือ ทำได้!! ไม่ถือว่าฝ่าฝืนกฎหมายประกันชีวิต มาตรา 33(10) และกฎหมายประกันวินาศภัย มาตรา 31 (11) ซึ่งเป็น “เรื่องการให้ประโยชน์อื่นเป็นพิเศษนอกเหนือไปจากที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย” นะคร้าบ…@@

                @@…ต่ออีกว่า…ถ้าสถานการณ์ดังกล่าว “ไม่ใช่สงคราม” แล้วมันเป็นอะไร!!…สำนักงาน คปภ.อ้างอิงองค์กรระหว่างประเทศ หรือสื่อหลักในโลกที่ส่วนใหญ่ใช้คำว่า “ความขัดแย้ง-conflict” และอ้างถึงองค์การสหประชาชาติ United Nations) ที่ใช้คำว่า “intensifying border clashes between Thailand and Cambodia” ซึ่งเขาแปลความไว้ว่า การปะทะตามแนวชายแดน ที่ทวีความรุนแรงขึ้น”…ข้อจำกัดความจึงออกๆ มาแนวนะคร้าบทั่น!!…@@

                @@…อย่างไรก็ดีมีรายละเอียดให้ ท่านผู้อ่านได้ติดตาม “ความเต็ม” ของบทความที่ “รองฯอดิศร” ได้ส่งให้สื่อมวลชนเผยแพร่ในวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมาเพิ่มเติมได้ที่ https://www.innwhy.com/oic90825-2/ ของสื่่อ INNWhy ที่ได้เผยแพร่ไปก่อนหน้านี้นะคร้าบ…ซึ่งหากท่านใดที่ยังไม่อ่านสามารถค้นหาติดตามอ่านได้อย่างละเอียดอีกครั้งตามลิงค์ข่าวข้างต้น…โดยเฉพาะตัวแทนฝ่ายขายท่านจะได้นำความไปอธิบายกับลูกค้าได้ชัดเจนขึ้นอีกทาง…@@

                @@…ในโอกาสนี้…ขอย้ำถึงแนวทาง “สมาคมประกันชีวิตไทย” ที่ได้ออกมาอธิบายตั้งแต่แรกเริ่มไว้แล้วอีกครั้งนะคร้าบว่า…สำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิต “รายเดี่ยว” บริษัทผู้ประกันฯ จะให้ความคุ้มครองการเสียชีวิตทุกกรณี..ยกเว้น!! การฆ่าตัวตายโดยเจตนาภายใน 1 ปี หรือถูกผู้รับประโยชน์ฆ่าตายโดยเจตนา…แต่ในส่วนสัญญาเพิ่มเติมเช่น “ประกันสุขภาพ” หรือ “ประกันอุบัติเหตุ” นั้นคงต้องไปดูรายละเอียดของในสัญญาแต่ละบริษัทอีกทีนะคร้าบ…@@

                @@…ดังนั้น ณ วันนี้ ช่วงนี้ที่สถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่มีการยกระดับความรุนแรงไปสู่ภาวะสงคราม…การประเมินหรือการจ่ายสินไหมทดแทนต่างๆ จากเหตุการณ์ดังกล่าว คงอาจต้องยึดแนวสำนักงาน คปภ.ไปก่อนหล่ะ…ซึ่งจะเป็นอย่างไรต่อไป…ฝั่งบริษัทเอกชนทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย คงอาจจะยังไม่นิ่งๆ อยู่แค่ตรงนี้หล่ะ…ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่า “พวกเรา” อาจจะได้ดูหนังซีรี่ย์ 2 หรือ 3 อีกหลายรอบอยู่อ่ะนะ สวัสดี!!…@@

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....