สมาคมประกันชีวิตอินโดนีเซียเผยอุตสาหกรรมประกัตชีวิตขยายตัวต่อเนื่อง ยอดผู้ถือกรมธรรม์พุ่ง168.03 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8.6% รายได้อุตสาหกรรมโต 9.3% แตะ 1.36 หมื่นล้านดอลลาร์ รับแรงหนุนผลตอบแทนลงทุนและจำนวนผู้เอาประกันขยับ ขณะเคลมสุขภาพยังพุ่ง 9.1% เร่งรับมือกฎใหม่คุมเงินกองทุน-แยกธุรกิจชารีอะห์ ภายในปี 2026
เว็บไซต์ Insurance Asia รายงานข่าวอินโดนีเซียมีประชาชนที่ได้รับความคุ้มครองจากประกันชีวิตรวม 168.03 ล้านคนในปี 2025 เพิ่มขึ้น 8.6% จากปี 2024 สะท้อนการขยายตัวต่อเนื่องของอุตสาหกรรมประกันชีวิตในประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในอาเซียน
ข้อมูลจากสมาคมประกันชีวิตอินโดนีเซีย หรือ AAJI เผยว่า ในปี 2025 อุตสาหกรรมประกันชีวิตของอินโดนีเซียมีรายได้รวมทั้งระบบอยู่ที่ 1.36 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 238.7 ล้านล้านรูเปียห์ เพิ่มขึ้น 9.3% เมื่อเทียบกับปี 2024 โดยได้รับแรงหนุนหลักจากผลตอบแทนการลงทุนที่แข็งแกร่ง และจำนวนผู้เอาประกันภัยที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม เบี้ยประกันภัยรวมของบริษัทประกันชีวิต 57 บริษัท กลับลดลงเล็กน้อย 1.8% เมื่อเทียบรายปี โดย AAJI ระบุว่า เป็นผลจากการเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกค้ามาสู่การชำระเบี้ยประกันแบบรายงวด (Regular Premium) มากขึ้น แทนการชำระเบี้ยประกันแบบครั้งเดียว
ทั้งนี้ เบี้ยประกันธุรกิจใหม่ (New business premiums )ในรูปแบบชำระเบี้ยประกันแบบรายงวด เติบโตถึง 7.8% (YoY) สะท้อนแนวโน้มการถือครองกรมธรรม์ระยะยาวที่เพิ่มขึ้น โดยจำนวนผู้ถือกรมธรรม์ประกันชีวิตเพิ่มขึ้น 8.6% (YoY) แตะ 168.03 ล้านคน
ด้านการจ่ายสินไหมทดแทนและผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ มูลค่ารวม 8.4 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 146.7 ล้านล้านรูเปียห์ ให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ราว 9.59 ล้านคนตลอดปีที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน มูลค่าการเคลมรวมกลับลดลง 7.8% (YoY) โดยมีปัจจัยสำคัญจากการเวนคืนกรมธรรม์ (Policy Surrender) ที่ลดลงถึง 19% สะท้อนว่าผู้ถือกรมธรรม์ยังคงรักษาความคุ้มครองระยะยาวไว้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเคลมประกันสุขภาพยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญของอุตสาหกรรม โดยค่าสินไหมทดแทนประกันสุขภาพเพิ่มขึ้น 9.1%( YoY) แตะ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 26.7 ล้านล้านรูเปียห์ ครอบคลุมทั้งประกันรายบุคคลและประกันกลุ่ม
AAJI ระบุว่า ในปี 2026 สมาคมฯจะให้ความสำคัญอย่างมากกับการบริหารจัดการต้นทุนประกันสุขภาพ ภายใต้แนวทางกำกับดูแลใหม่ของภาครัฐ เพื่อควบคุมต้นทุนการรักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ด้านการลงทุน อุตสาหกรรมมีสินทรัพย์ลงทุนรวมเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 3.37 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 590.5 ล้านล้านรูเปียห์ จาก 3.09 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 541.6 ล้านล้านรูเปียห์ในปีก่อนหน้า โดยสัดส่วนการลงทุนสูงสุดยังคงอยู่ในพันธบัตรรัฐบาล คิดเป็นมูลค่า 14.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 42% ของพอร์ตลงทุนทั้งหมด
ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในหุ้นมูลค่า 7.3 พันล้านดอลลาร์หรือประมาณ 128.7 ล้านล้านรูเปียห์), กองทุนรวม 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 74.1 ล้านล้านรูเปียห์ ,ซุกุกภาคเอกชน (Sukuk) (ตราสารทางการเงินที่สอดคล้องกับศาสนาอิสลาม) 3.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 53.5 ล้านล้านรูเปียห์และเงินฝากอีก 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 32.0 ล้านล้านรูเปียห์
สำหรับทิศทางในระยะต่อไป AAJI กำลังเตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบครั้งสำคัญที่มีกำหนดเส้นตายในปลายปี 2026 ทั้งการเพิ่มความเข้มงวดด้านเงินกองทุน และข้อบังคับให้แยกธุรกิจประกันภัยชารีอะห์ (Sharia)ออกจากธุรกิจหลัก
นอกจากนี้ AAJI ยังเตรียมเปิดแพลตฟอร์มฝึกอบรมและระบบรับรองคุณวุฒิใหม่ เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านการตลาดและคุณภาพตัวแทนประกันภัยทั่วทั้งอุตสาหกรรมอีกด้วย
เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....
ทีมงาน INN WHY? รายการเพื่อผู้บริโภค ร่วมปฏิวัติความคิด ปรับเปลี่ยนชีวิต ก้าวสู่ความมั่นคง หลังเกษียณ
ติดตามเราได้ที่ไลน์แอด @INNWHY.TV หรือ Facebook.com/INNWHY.TV และ Youtube.com/c/innwhy
Contact us : INNWHY31@gmail.com

